ชื่อประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี

อาณาเขต99,500 ตารางกิโลเมตรประชากรเกาหลีใต้มีประชากรราว 48 ล้านคน

ภูมิประเทศ

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีทางด้านทิศตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,020 กิโลเมตร ความกว้าง 175 กิโลเมตร ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทรเกาหลี พื้นที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของเกาหลีใต้เป็นภูเขา จัดเป็นประเทศที่มีพื้นที่เป็นภูเขามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินที่เป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ที่ประกอบด้วยเทือกเขา หุบเขา ตลอดแนวชายฝั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลด้านตะวันออก ในขณะที่ชายฝั่งทางทิศใต้และด้านตะวันตก เทือกเขาจะค่อย ๆ ลาดลงสู่ที่ราบที่ติดชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะด้านการเพาะปลูกข้าว
คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีเส้นขนานที่ 38 แบ่งคาบสมุทรเกาหลีออกเป็น2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่เหนือเส้นขนานที่ 38 เป็นอาณาเขตของเกาหลีเหนือ ส่วนที่อยู่ใต้เส้นขนานที่ 38 เป็นอาณาเขตของเกาหลีใต้ ประเทศเกาหลีใต้นั้นปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนประเทศเกาหลีเหนือนั้นปกครองในระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์

ทิศเหนือ มีพรมแดนติคกับประเทศเกาหลีเหนือ
ทิศตะวันออก ติดทะเล East Sea
ทิศตะวันคก และทิศใต ติดทะเล Yellow Sea

เมืองหลวง
กรุงโซล ( Seoul ) เป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้
ประชากรเมืองหลวง 10.8 ล้านคน ( เม.ย. 2009 )
ภาษาใช้ภาษาเกาหลีเป็นภาษาราชการ
เวลา เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง
การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

สภาพภูมิอากาศ
แบ่งออกเป็น 4 ฤดู คือ
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน - พฤศจิกายน
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์
ฤดูที่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวที่สุด เดือนกันยายน - พฤศจิกายน
สกุลเงิน เกาหลีใต้ใช้เงินวอน Won อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอนเท่ากับ 35 บาท (ส.ค.52 )

ประเพณีพื้นเมือง
วัฒนธรรม
ประเทศเกาหลีเคยได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีนในอดีต แม้กระยนั้นคนเกาหลีก็ยังภูมิใจกับวัฒนธรรม
ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ตามโบราณสถาน(วัด หรือพระราชวัง)จะเห็นว่ามีตัวอักษรจีนปรากฏให้เห็นแทบทุกแห่ง ส่วนภาษาพูดของเกาหลีก็มีพยางค์ที่คล้ายภาษาจีนอยู่ไม่น้อย กระทั่งชื่อของคนเกาหลีนั้นก็เป็นชื่อ สามพยางค์เหมือนของคนจีน
อาหารพื้นเมือง กิมจิ หมูย่างเกาหลี ไก่ยัดใส้โสม
ชุดประจำชาติ ชุดฮันบก

ข้อควรทราบก่อนเดินทาง สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีนั้นไม่ต้องยื่นขอวีซ่า นับว่าสะดวกมากเลยสำหรับผู้ที่ตัดสินใจเดินทางในเวลาที่จำกัด แต่ข้อเสียก็มีนะครับ คือเมื่อท่านไปถึงสนามบินเกาหลีแล้ว หากเจ้าหน้าที่เชื่อว่าท่านอาจเป็นผู้ที่เข้าไปทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องเสียใจด้วยครับเพระเขาจะไม่อนุญาตให้เข้าเมือง และจะส่งตัวท่านกลับทันที ๆ มีเที่ยวบินกลับกรุงเทพ ฯ ซึ่งจะต่างไปจากการยื่นขอวีซ่าก่อนเข้าเมือง หากทางสถานฑูตสงสัยว่าเราจะไปทำงาน เขาก็จะไม่อนุมัติวีซ่าให้ เมื่อวีซ่าไม่ผ่านก็ไม่ต้องไปจองตั๋วหรือจองโรงแรมที่พักให้เสียตังค์ฟรี ๆ ครับ ไม่ใช่ว่าเดินทางไปถึงที่สนามเกาหลีแล้ว เจ้าหน้าที่สงสัยเราเลยส่งตัวกลับ ต้องเสียทั้งเงินค่าเดินทาง และที่แย่สุด ๆ คืออารมณ์เสียครับ ดังนั้นจึงใคร่ขอแนะนำท่านที่จะเดินทางเข้าเกาหลีทุกท่านว่า พยายามเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุดในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขอดูตอนผ่านด่าน

เอกสารที่จำเป็นมีดังนี้
- หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือน(หนังสือเดินทางเล่มใหม่ที่ยังไม่เคยใช้เลยอาจเป็นที่เพ่งเล็งของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง)หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่าควรนำติดตัวไปด้วย
- ควรมีเงินวอน หรือเงินเหรียญสหรัฐ ฯ ติดตัวไปพอสมควร ( แนะนำให้แลกเงินวอน 400,000 วอน หรือ 500 เหรียญสหรัฐ ฯ ติดตัวไป ) เพราะการติดเงินไปมากพอสมควรจะทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าไปเที่ยวไม่ได้ไปทำงานครับ
- ควรเตรียมตั๋วเครื่องบินขากลับเพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกรณีที่เขาขอดู
- ข้าราชการควรพกบัตรข้าราชการติดตัวไป
- สำหรับผู้เดินทางที่เป็นลูกจ้างควรมีหนังสือรับรองการทำงานของนายจ้าง(ภาษาอังกฤษ)ติดตัวไปด้วย
- ผู้เดินทางที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษาควรนำบัตรประจำตัวนักเรียนหรือนักศึกษาติดตัวไปด้วย
- ถ้าเดินทางไปกับคณะทัวร์ควรมีโปรแกรมทัวร์ที่เป็นภาษาอังกฤษติดตัวไปเผื่อในกรณีที่เจ้าหน้าที่ขอดูแหม พูดซะเยอะเลย บางท่านยังไม่ได้เดินทางก็ชักกลัวแล้วซิ ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเอกสารครบถ้วนเข้าได้แน่นอนครับ
หมายเหตุ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเค้าเข้มงวดกับคนไทยก็เพราะว่ามีคนงานเข้าไปทำงานในเกาหลีเยอะครับ ด่านเลยต้องเข้มงวดกับคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด หากท่านเดินทางไปเที่ยวพร้อมกรุ๊ปทัวร์นั้นก็จะดีหน่อย เพราะทางทัวร์เขาจะบอกให้เราเตรียมเอกสารหรือทำตามข้อแนะนำให้มากที่สุด แต่ถ้าปฏิบัติตามข้อแนะนำทุกอย่างแล้วยังเข้าไม่ได้ ทางทัวร์ก็ช่วยอะไรผู้เดินทางไม่ได้ครับ และเขาจะไม่คืนค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งก็เป็นข้อตกลงที่บริษัททัวร์ ทุกแห่งทำไว้กับผู้เดินทางก่อนเดินทาง

ข้อควรทราบอื่น ๆ
คนเกาหลีค่อนข้างจะชาตินิยมมาก สินค้านำเข้านั้นจะมีน้อย โดยเฉพาะสินค้าญี่ปุ่นจะไม่ค่อยได้รับความนิยมในเกาหลี และคนเกาหลีจะไม่ค่อยชอบคนญี่ปุ่นนัก อาจเป็นเพราะว่า
ในอดีตคนเกาหลีเคยถูกกดขี่ ข่มเหงตอนตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกาหลีจะผลิตได้เอง จึงไม่ค่อยมีการนำเข้าจากต่างประเทศ คนเกาหลีจะไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งจุดนี้จะคล้ายกับคนญี่ปุ่นที่ไม่นิยมพูดภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน คนเกาหลีจะไม่ยิ้มเก่งเหมือนคนไทย และเวลาเดินชนกันในที่ชุมชนก็ไม่มีคนถือสากันนัก โรงแรมทั่วไปในเกาหลีจะไม่มีแปรงสีฟัน ยาสีฟันไว้ในห้องพัก ส่วนผ้าเช็ดตัวก็จะเป็นผืนเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถนุ่งตอนอาบนำได้ ควรจะเตรียมสิ่งเหล่านี้ติดตัวไปด้วยจะดีมาก
เมืองสำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลี


กรุงโซล (Seoul)
เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ โดยคำว่าโซลในภาษาเกาหลีนั้น หมายถึง “ เมืองหลวง” ในอดีตกรุงโซลเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร โซซอน มีชื่อเดิมว่าเมือง “ฮันยาง” สถปนาพร้อมกับการส้รางอาณษจักร โซซอนมีอายุราว 600 ปี กรุงโซลในปัจจุบันก่อตั้งในปี พ.ศ. 2491 และได้ถูกกำหนดให้เป็นเมืองพิเศษ มีพื้นที่ 605 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ บริเวณลุ่มแม่น้ำฮัน ปัจจุบันกรุงโซลมีประชากรราว 10.5 ล้านคน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 22 ของโลก กรุงโซลยังเคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ในปี พ.ศ. 2531 และการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกับประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2002

กรุงโซลมีการเก็บวัตถุโบราณของราชวงศ์โชซอนไว้มากมาย นั่นคือ และนัมแดมุน พระราชวัง 5 แห่ง อันมีชื่อว่า เคียงบกกุง ชางด๊อกกุง ชางเกียงกุง ถ๊อกซูกุง และเคียงฮุยกุง หลุมผังศพกษัตริย์ต่าง ๆ อันรวมถึงฮองเนิง ซอนจองเนิง และซุงเคียนกวันสถาบันสอนลัทธิขงจื๊อของกรุงโซล มรดกของกรุงโซล แพร่หลายไปทุกหนแห่ง ในเวลาเดียวกัน กรุงโซลก็ผงาดขึ้นโดดเด่นในแง่ของความทันสมัย และสถานที่ที่น่าดึงดูดใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกล๊อตเต้เวิลด์ หรือหอคอยกรุงโซลอันถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลทีเดียว หอคอยติดไฟสว่างไสวตลอดคืน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าอื่น ๆ สโมสรแจ๊ซซ์ ร้านกาแฟ สถานคาสิโน เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้กรุงโซลเป็นสถานที่ที่ท่านจะพบกับความพอใจและความเพลิดเพลินอย่างที่ท่านต้องการ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี
พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1908 ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีแห่งนี้ มิได้แสดงเฉพาะผลงานทาง วัฒนธรรม 135,000 ชิ้นของเกาหลีเท่านั้น แต่ยังแสดงผลงานของประเทศใกล้เคียงด้วยเช่น จีน ญี่ปุ่นเอเซียกลาง อาคารเดิมของพิพิธภัณฑ์ได้ถูกรื้อถอนไปเมื่อปี ค.ศ. 1996 และมีการสร้างอาคารปัจจุบันเป็นการชั่วคราวภายในพระราชวังเคียงบกกุง ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะกว่า 5,500 ชิ้นในหอแสดง 18 แห่ง มีบริการนำชมพิพิธภัณฑ์เป็นภาษาอังกฤษในวันอังคาร - ศุกร์ เวลา 10.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น.

พระราชวังเคียงบก (Gyeongbokgung)
พระราชวังเก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โชซอน ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรูซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจอง หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล้วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์

ประตูจอนชุมมุน เป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวังเคียงบกกุง จะเปิดออกสู่ถนน ซัมจองดองกิล ที่มีร้านขายฮันบก (ชุดประจำชาติ) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม. ผ่านด้านหน้าของทำเนียบชองวาแด อันครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นสวนโรสออฟแชรอนและหอประชุมชุมชนเฮียวจาดองซารางบางซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับ และประวัติโดยละเอียดของกรุงโซล

พระราชวังถ็อกซูกุง
พระราชวังถ็อกซูกุง เป็นหนึ่งในห้าพระราชวังของราชวงศ์โชซอน (1392-1910) พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าชายวอลซาน (1454-1488) ซึ่งเป็นพี่ชายของกษัตริย์ซองจอง ด้านใต้ของพระราชวังจากถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้นี้ เราจะพบโบสถ์ของเมโทดิสต์ชื่อชุงดอง ซึ่งมีชื่อเสียงมาเป็นเวลาช้านาน และฝั่งตรงข้ามก็คือโรงละครชองดง ซึ่งมีการแสดงตลอดปี ใกล้พระราชวังจะพบจุดที่คนนิยมไปชมกันมากนั่นคือ พระราชวังเคียงฮุยกุง หอศิลป์โชซอนอิลโบ หอประชุมมุนฮวาอิลโบ โบสถ์แองกลิกันเก่าแก่ ที่ตั้งหน่วยทหารเดิมชาวรัสเซีย พิพิธภัณฑ์การเกษตร โรงละครนันทาและอื่น ๆ อีกมากเมื่อเดินมาสู่ประตูซุงเนมุน (ซึ่งรู้จักกันทั่วไป ว่านัมแดมุน หรือประตูใต้) จากประตูใหญ่ถ็อกซูกุง เราจะมาถึงย่านซัมซุงพลาซ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอศิลปะโรแดงและศูนย์การค้า ส่วนอีกด้านหนึ่งของประตูซุงเนมุน คือตลาดนัมแดมุน ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายส่งและขายปลีกนับร้อยร้าน และเป็นที่พึงพอใจที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ

พระราชวังถ็อกล็อกซูกุง

บริเวณพระราชวังถ็อกล็อกซูกุงจะมีสิ่งก่อสร้างที่น่าชมเป็นอันมาก เช่น ประตูหลักแทฮันมุน พระที่นั่งชุงวาจอนและท้องพระโรง และซกโชจอนอันเป็นสิ่งก่อสร้างแนวตะวันตกแห่งเดียวในบรรดาพระราชวังต่าง ๆ ในเกาหลี ซกโชจอนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์หลวง ซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งของที่ใช้ในพระราชวังในสมัยราชวงศ์โชซอน นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะถ็อกซูกุง ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะสมัยใหม่มากมาย

บริเวณรอบอินซาดง
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีแบบเกาหลีในใจกลางเมือง เชิญเยี่ยมชมอินซาดง ที่ซึ่งมีทั้งห้องแสดงงานศิลปะ ร้านขายเครื่องแกะสลักแบบพื้นเมือง ร้านขายวัตถุโบราณ ภัตตาคารและร้านน้ำชาตามแบบเกาหลี นับเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพบกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ แถบนี้ยังเป็นแหล่งวัตถุโบราณ ทั้งภาพเขียนเก่าแก่ งานเครื่องปั้นดินเผางานกระดาษ และเครื่องเรือนเก่า มีอยู่ที่นี่ทั้งหมด ห้องแสดงงานศิลปะในช่วงราว ๆ ทศวรรษที่ 70 ในอินซาดง ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เมื่อครั้งที่พระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เสด็จเยือนอินซาดงในปี 1999 นั้น ท่านได้ตรัสชมเชยงานศิลปะโบราณที่ท่านได้ทอดพระเนตรอย่างมากมาย ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ อินซาดงจะเป็นเขตปลอดยวดยานพาหนะ (วันเสาร์ เวลา 14.00 น. - 22.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. - 22.00 น.) และมีตลาดนัดขายของเก่า เครื่องประดับ และงานศิลปะต่าง ๆ ซึ่งสินค้าในตลาดนัดไม่ได้มีเฉพาะสินค้าเกาหลีเท่านั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถพบผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกมุมโลกได้ที่นี่ด้วยเช่นกัน

ห้องแสดงงานศิลปะ
ห้องแสดงงานศิลปะในอินซาดงนี้ มีมาตั้งแต่ในยุคทศวรรษที่ 70 และในปัจจุบันนี้ มีอยู่กว่า 70 แห่ง ห้องแสดงงานศิลปะเหล่านี้ จัดแสดงและจำหน่ายงานศิลปะทั้งงานศิลปะโบราณและงานศิลปะสมัยใหม่ บางแห่งจำหน่ายทั้งผลงานของศิลปินอาชีพและศิลปินสมัครเล่น ห้องแสดงงานศิลปะ Kyung-In (02-733-4448) เป็นหอศิลป์ที่มีสถานที่แสดงนิทรรศการในตัวอาคารถึง 3 แห่ง และมีสถานที่แสดงนิทรรศการกลางแจ้งอีก 1 แห่ง นอกจากนั้นยังมีร้านน้ำชาแบบเกาหลีและสวน ส่วนร้าน Tong In (02-735-9094) จัดแสดงและจำหน่ายงานฝีมือทั้งเก่าและใหม่ มีทั้งงานโลหะ เครื่องปั้นดินเผา สิ่งทอและงานย้อม รวมถึงงานฝีมือจากกระดาษข้าว และยังมีศูนย์ศิลปะ Insa (02-736-1020) ซึ่งเป็นศูนย์รวมงานศิลปะซึ่งมีหอแสดงนิทรรศการถึง 4 หอ และร้าน Gana Art ซึ่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

พระราชวังอุนเฮียงกุง
เป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ในสมัยโชซอน ซึ่งประกอบไปด้วยอาคารที่สวยงามมากมาย เมื่อกษัตริย์โกจอง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ก่อนองค์สุดท้ายประสูติและมีพระชนมายุมาได้ 12 พรรษา พระราชบิดาซึ่งทรงพระนามว่า แดวันกุน ได้ดูแลงานของประเทศ ในฐานะผู้สำเร็จราชการเป็นเวลาถึง 10 ปี (ค.ศ.1863-1873) ในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนเมษายน และเดือนตุลาคมของแต่ละปี จะมีการแสดงจำลองพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์โกจองและพระราชนีเมียงเซิง

วัดโชเกซา
วัดส่วนใหญ่ในเกาหลีจะตั้งอยู่ในภูเขา แต่วัดนี้กลับตั้งอยู่ใจกลางเมือง ก่อนถึงวันประสูติของพระพุทธเจ้าซึ่งตรงกับวันที่ 8 เดือน 4 ของปีจันทรคติ (26 พฤษภาคม 2547) นั้นจะมีขบวนแห่โคมไฟรูปดอกบัว ซึ่งตั้งต้นที่สนามกีฬาทงแดมุน เคลื่อนไปตามถนนชงโนและไปสิ้นสุดที่วัดโชเกซา เย็นวันอาทิตย์เป็นที่งดงามน่าดูมาก (23 พฤษภาคม 2547) ในโอกาสนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถขอผู้นำเที่ยวที่พูดอังกฤษนำเที่ยวได้โดยไม่คิดมูลค่า

บริเวณรอบเมียงดง
เมียงดงได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมแฟชั่นชั้นนำของเกาหลี ที่นี่มีทั้งห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ เมโทรมิโดป้า และห้างสรรพสินค้าชินเซแก และร้านมิกลิออร์ ซึ่งตั้งอยู่ทั้งใต้ดินและบนดิน ขายเครื่องแต่งกายสำเร็จรูป รองเท้า เครื่องใช้เครื่องประดับ และเครื่องสำอางเป็นที่พึงปรารถนาของนักซื้อนักแต่งตัวทั้งหลาย ตามตรอกด้านหลังจะมีร้านกาแฟและร้านอาหาร เพื่อแวะรับประทานอาหารได้ก่อนไปซื้อของต่อ สุดปลายถนนเมียงดง ซึ่งพื้นที่เป็นเนินมีโบสถ์เมียงดง ถือว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาคาทอลิกในเกาหลี เลยไปอีกอึดใจเดียวคือสมาคมวายดับเบิลยูซีเอ ซึ่งมีกิจกรรมหลายหลายเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมและสิทธิของสตรี

โบสถ์เมียงดง
โบสถ์นี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1898 และเป็นตึกก่ออิฐถือปูนแนวตะวันตกแห่งแรก สร้างแบบเรอเนสซองส์ใหม่ และมีหอระฆังสูง 45 เมตร

บริเวณรอบสวนนัมซาน (Namsan Park)
สวนนัมซานตั้งอยู่บนเนินเขานัมซาน ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของหอคอยแห่งกรุงโซล ซึ่งการที่อยู่บริเวณสวนทำให้ทัศนียภาพ จากบนหอคอยไม่มีอะไรบังและมองได้กว้างไกล ที่ฐานของหอคอยก็คือศาลาแปดเหลี่ยม ปาลกั๊กจอง สวนสัตว์เล็ก ๆ สวนพฤกษชาติ ห้องสมุดสาธารณนัมซาน อาคาร อนุสรณ์ ผู้รักชาติอันชุงกุน และสถานที่อำนวยความสะดวกอันหลากหลาย สวนสำหรับออกกำลังกายและเดินพักผ่อนหย่อนใจยามที่เหน็ดเหนื่อยจากการงานหรือการเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เราสามารถมาผ่อนคลายที่สถานที่แห่งนี้ได้ดีทีเดียว

หอคอยโซล

เมื่อเราขึ้นไปบนหอคอยแห่งกรุงโซล เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็มีหอดูดาวและภัตตาคารหมุนได้รอบ มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลกอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่หายากและมีค่ามากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ และมีโรงภาพยนตร์ 3 มิติด้วย

หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก
หมู่บ้านที่งดงามนี้มีเนื้อที่กว้างถึง 7,934 ตารางเมตรและประกอบด้วย 3 ส่วน นั่นคือ สวนแบบเกาหลี ศูนย์กระสวยเวลา และตัวหมู่บ้านเอง บ้านที่เป็นลักษณะเฉพาะของเกาหลี หรือฮันอก ในสมัยราชวงศ์โชซอน บ้านพวกนี้ถูกรื้อออกจากที่เดิมที่กระจายอยู่รอบ ๆ กรุงโซลและนำมาประกอบขึ้นไปอย่างสมบูรณ์

โคเรียเฮ้าส์
โคเรียเฮ้าส์ คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแท้ ๆ ของเกาหลี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นโต๊ะแบบเกาหลีและการแสดงดนตรีและการเริงระบำประจำชาติเกาหลี รวมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือชาวเกาหลี

โรงละครแห่งชาติ
โรงละครแห่งนี้อิงแอบอยู่บนเนินของภูเขานัมซานในกรุงโซลและมีโรงละครใหญ่น้อยหลายโรงพร้อมด้วยเวทีกลางแจ้ง ที่นี่เป็นเสมือนกองบัญชาการของคณะนาฎลีลาแห่งชาติและคณะนักร้องแห่งชาติ คณะบัลดินเล่ต์ และคณะอุปรากร เป็นต้น

ประตูนัมแดมุน
เป็นประตูโบราณที่ตั้งอยู่ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซุงเยมุน ( Sungnyemun ประตูแห่งความเคารพอันเหมาะสม) ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมก็ตาม ประตูนี้นับได้ว่าเคยเป็นสิ่งก่อสร้างสร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1938 (ค.ศ. 1395) ในรัชกาลของพระเจ้าแทโจ และแล้วเสร็จในอีก 3 ปีต่อมา ประตูบานนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา โดยมีขึ้นในรัชกาลพระเจ้าเซจงมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 1990 (ค.ศ. 1447) และ รัชกาลพระเจ้าซองจงปี พ.ศ. 2022 (ค.ศ. 1479)


ตลาดนัมแดมุน
เพียงเดินเท้าไม่กี่นาทีจากประตูนัมแดมุนอันเก่าแก่ของกรุงโซล (ซุงเนมุนหรือประตูใต้) เราก็จะเห็นตลาดกลางแจ้งซึ่งใช้ชื่อเดียวกัน ตลาดนี้อยู่ใกล้ตัวเมืองและโรงแรมใหญ่ ๆ และเป็นที่จำหน่ายสินค้าที่เลือกสรรอย่างดีของประเทศ ประวัติของตลาดนี้เก่าแก่ไปถึงราชวงศ์โชซอนทีเดียว และจากสมัยนั้นมาจนปัจจุบันนี้ตลาดนี้ก็เป็นศูนย์การค้าระหว่างเขตเมืองและเขตชนบท ตลาดนัมแดมุนเป็นตลาดศูนย์การค้าส่งและเราจะหาสินค้าได้ทุกชนิดที่ต้องการ เช่นเสื้อผ้า รองเท้าหลากหลายแบบ เครื่องใช้ในบ้าน อาหาร ดอกไม้ เครื่องมือผมปลอม เครื่องแก้ว เครื่องใช้ เครื่องประดับ ของขวัญ เครื่องกีฬา กระเป๋าเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือน เป็นต้น ตลาดนี้มีชื่อเสียงมานานในความเป็นตลาดกลางแจ้งแต่สภาพของมันกำลังถูกเปลี่ยนไปใหม่ด้วยการเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งสมัยใหม่ เช่น เมซา

ตลาดทงแดมุน
ที่ตลาดนี้เราสามารถซื้อข้าวของและต่อราคาได้อย่างสนุกทีเดียว เพราะมีร้านรวงมากมาย มีห้างขายเสื้อผ้าที่ทันสมัยอยู่ด้วยนับ 10 ร้านหรือมากกว่านั้น ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแบบโบราณ บางร้านเปิด 24 ชั่วโมงและมีแสงสีและดนตรีตลอดคืน สินค้าที่มีมากที่สุดในตลาดนี้คือ ผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง ชุดสุภาพสตรีและเด็ก เครื่องนอน เครื่องใช้ในบ้าน รองเท้า เครื่องกีฬา

ตลาดทงแดมุนกลายมามีชื่อเสียงในเรื่องราคาสินค้าเสื้อผ้า ซึ่งเหมือนเสื้อผ้าในห้างแต่ราคาถูกกว่าและในปัจจุบัน ตลาดนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย ร้านรวงต่าง ๆ เช่น Migliore, ตึก Doosan Tower, Uno Cor", Hye Yang Elicium, Freya Town และ Designer Club และเน้นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น เป็นหลัก

พระราชวังชางเกียงกุง
พระราชวังนี้เริ่มสร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์เซจง (ค.ศ.1418-1450) โดยสร้างให้กับพระราชบิดาซึ่งมีพระชนมายุมากแล้ว มีพระนามว่าพระเจ้าแทจอง และพระราชวังนี้ก็เป็นที่อาศัยของราชินีและนางสนม ในช่วงการยึดครองของญี่ปุ่น พระราชวังได้กลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ และมีสวนสัตว์ด้วย ในที่สุดมีการย้ายสวนสัตว์ออกและพระราชวังนี้จึงกลับงามสง่าอย่างเดิมในช่วงปี ค.ศ.1980 นั่นคือหลังจากมีการบูรณะต่อเนื่องหลายปี พระราชวังนี้มีความเด่นอยู่ที่ประตูใหญ่และพระที่นั่งหันไปทางตะวันออก ในขณะที่พระราชวังอื่น ๆ ล้วนหันไปทางใต้หมด

อีแทวอน
จากสี่แยกอีแทวอนนั้นจะมีเขตท่องเที่ยวยาวเหยียดไปจนผ่านโรงแรมแฮมิลตันจนถึง ฮันนัมดง ณ ที่นี้เต็มไปด้วยร้านรวงประมาณ 2,000 ร้านและบาร์ ดนตรีแจ็ส คลับ และร้านอาหารพื้นเมือง บริเวณนี้เป็นทั้งที่พักของชาวต่างชาติในเกาหลี รวมทั้งนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกันในยามค่ำคืน อีแทวอนก็กลายเป็นบริเวณสนุกน่าตื่นเต้นสำหรับคนกลางคืน ในยามที่ไฟตามเขตการค้าธุรกิจการงานดับลง เพิงตามทางเท้าก็เปลี่ยนเป็นรถเข็นขายเครื่องดื่มและของกินเล่น นอกจากนั้นก็ยังมีคลับและคาราโอเกะ สรุปแล้วอิแทวอนก็เป็นแดนที่สว่างไสวตลอดคืน

สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ (Lotte World)
ตลอดปีจะมีเครื่องเล่นสนุกน่าหวาดเสียวบริการลูกค้า เช่นรถเหาะ ขบวนพาเหรดแปลกตา รายการแสดงต่าง ๆ ภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งสามารถ พาเราเข้าไปในประวัติศาสตร์ความเป็นอยู่ในเกาหลี เราจะได้เห็นหมู่บ้านย่อส่วนต่าง ๆ

แท่นหินหลุมฝังศพ ซกชนดง ในยุคต้นของแพ็กเจ
นี่คือที่ฝังศพ 6 แห่ง สร้างขึ้นในต้นสมัยอาณาจักรแพ็กเจ หนึ่งในหกนี้เป็นแท่นหินถึง 3 ชั้น ซึ่งคาดว่าจะได้สร้างโดยผู้ปกครองแพ็กเจและสร้างแบบสุสานโคกูเรียว เมื่อชาวโคกูเรียวเดินทางจากเขตเหนือและมาตั้งอาณาจักรแพ็กเจขึ้น (18 ปีก่อนคริสตการ - ค.ศ.660)

สวนโอลิมปิค
สวนโอลิมปิคเคยเป็นที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิคในปี ค.ศ.1988 ในสวนนี้จะมีสนามแข่งจักรยาน สนามแข่งกรีฑา ยกน้ำหนักและดาบ มีสนามเทนนิส อาคารกรีฑาสถานและสระว่ายน้ำในร่ม สิ่งหนึ่งที่เตะตามากของที่นี่คือ สวนประติมากรรมกลางแจ้งซึ่งแสดงผลงานทางปฏิมากรรมกว่า 200 ชิ้น ประดิษฐ์จากหิน โลหะ ไม้และแก้ว ในสวนโอลิมปิคนี้ยังมีทะเลสาปพร้อมน้ำพุ พื้นหญ้ากว้างขวางนุ่มและเขียวขจี และป้อมปราการมงชนจากยุคสมัย อาณาจักรแพ็กเจตอนต้น

อุทยานแห่งชาติพูคันซาน
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในบริเวณเมืองหลวงกรุงโซลก็เดินทางขึ้นเขาได้อย่างสะดวกสบาย ภูเขาพูคันซานเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเกาหลี ยอดเขาเป็นหินแกรนิตที่สง่า มีหุบเขาที่สวยงามเรียงราย มีที่ระลึกทางวัฒนธรรม เช่น ป้อมปราการพูกันซานซอง และวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่าร้อยปี รวมทั้งอาศรมนักพรต

เกาะคังฮวาโด
ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอินชน บริเวณที่แม่น้ำฮัน บรรจบกับททะเลเหลืองเป็นที่ตั้งของเกาะคังฮวาโด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงหนือของเมืองอินชน เกาะนี้มีกลุ่มหินขนาดใหญ่วางซ้อนกัน 120 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงก้อนที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีมีความกว้าง 7.1 เมตร และสูง 2.6 เมตร>องค์การยูเนสโกได้ขึ้นบัญชีแหล่งชมหินคังฮวาเป็นมรดกวัฒนธรรมโลกในเดือนธันวาคม ปี 2000 นอกจากนี้ยังมี แท่งบูชาชัมซงดาน บนยอดเขามานีซาน เป็นสถานที่ที่บรรพบุรุษของชาวเกาหลีบวงสรวงเทพยดาบนสวรรค์ ตลอดแนวชายฝั่งของเกาะ เราจะเห็นป้อมปราการตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ ป้อมปราการเหล่านี้มีประวัติยาวนานเก่าแก่ถึงยุคจักรวรรดิ์โชซอนทีเดียว

เมืองซูวอน
เป็นเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งในเคียงคีโด ซึ่งอยู่ในเส้นทางรถใต้ดิน เชื่อมถึงกรุงโซล ป้อมฮวาซอง ตั้งล้อมรอบบริเวณเมืองซูวอน ป้อมนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแห่งยุคของอาณาจักรโชซอน มีการเก็บรักษามาไว้อย่างดี ป้อมนี้สร้างขึ้นด้วยหินและอิฐเผาใช้เวลาสร้างถึง 2 ปี จาก ค.ศ.1794 นั่นคือช่วงการปกครองของกษัตริย์จองโจ ในปี ค.ศ.1997 องค์การยูเนสโกได้สถาปนาป้อมนี้เป็นมรดกวัฒนธรรมโลก

เอเวอร์แลนด์
เปรียบเหมือนสวนสนุกสามแห่งในที่เดียวกัน ในเทศกาลโลก มีเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่ตื่นเต้นเร้าใจ ป่าซาฟารี สวนสัตว์และเทศกาลดอกไม้ในฤดูกาลต่าง ๆ ส่วนที่คาริเบียน เบย์ เป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ คุณจะได้สนุกกับสระว่ายน้ำซึ่งมีคลื่นเทียมและไม้ลื่น บนลานแข่งรถนั้น ท่านจะสามารถสนุกสนานกับการแข่งรถได้จริง ๆ ในเอเวอร์แลนด์ก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮอัม ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปอันงดงามที่สุดในโลกของบุคคลต่าง ๆ มาแสดงไว้มาก

ภาคตะวันออก
ทางด่วนสายยองดง มุ่งจากกรุงโซลถึงชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่สวยงาม โดยสุดเส้นทางที่เมืองคังนึง ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 4 ชั่วโมง ตลอดชายฝั่งมีโรงแรมหลายแห่งและแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขา หรือชายทะเล เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง ตามเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลและลึกเข้าไปในป่าตามเทือกเขาต่าง ๆ ก็เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา รวมทั้งรีสอร์ตบนภูเขาสำหรับนักเล่นสกี

คังนึง
เป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ โอจูกอน หรือบ้านซึ่ง อียุลกก ปราชญ์ขงจื๊อผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์ โชซอน พร้อมทั้งมารดาของเขาชื่อ ชิน ซัมดัง เคยอาศัยอยู่ ชิน ซัมดัง เป็นสตรีในราชวงศ์ โชซอน ผู้ได้รับการเคารพยกย่องอย่างกว้างขวางในฐานะลูกสาว ภรรยา และแม่ผู้มีคุณธรรมสูง ทั้งยังเป็นจิตรกร นักเขียนตัวอักษรเกาหลีและกวีผู้มีความสามารถอีกด้วย

หาดเคียงโพแด
อยู่ห่างจากใจกลางเมือง คังนึง ไปทางเหนือ 6 กม. หาดทรายที่ขาวละเอียดแห่งนี้เหมาะกับการว่ายน้ำและตกปลา คุณจะประทับใจกับร้านอาหาร ทะเลสด ๆ ที่ปรุงอาหารอย่างที่คุณต้องการ
นอกจากนี้ยังมีชายหาดที่สวยงามอื่น ๆ ทางเหนือของเมือง คังนึง โดยเฉพาะ หาดนักซาน[B4] ซึ่งมีน้ำทะเลใสสะอาด และอาหารทะเลสด ๆ และท่าเรือประมง ซกโซ อยู่ใกล้กับวัดนักซานซา

ซกโช
เป็นเมืองแรกที่คุณจะผ่านเพื่อเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ ซอรักซาน ซึ่งเป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยยอดเขาหินแกรนิตสูงชัน หุบเขาเขียวชะอุ่ม น้ำตก ลำธารใสสะอาด รวมทั้งวัดทางศาสนาพุทธและศาลาปฏิบัติธรรม ท่าเรือซกโชเป็นจุดปล่อยเรือที่จะเดินทางไปภูเขาแห่งอัญมณีคึงกังซาน เกาหลีเหนือ

อุทยานแห่งชาติเขาซอรักซาน
จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลี ซึ่งประกอบด้วย โอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรักเทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้ มีหุบเขาที่มีดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง บริเวณที่ยื่นออกมาด้านนอกทางตะวันออก นำเราไปสู่หมู่บ้าน ซอรัก-ดงรีสอร์ท มีทั้งโรงแรมทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ลานสำหรับกางเต้นท์ ร้านค้า ที่จอดรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีกระเช้าลอยฟ้า อันมีความยาวถึง 1,100 เมตร เชื่อมกับทางเข้าสวนสาธารณะซอรักดง กับควันกึมซาง ซึ่งเป็นป้อมปราการอยู่เหนือยอดเขาและสร้างขึ้นสมัยอาณาจักรซิลลา

สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่พื้นหินราบ พีซอนแด ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับการขึ้นสวรรค์ของเทพองค์หนึ่ง และบ่อน้ำแร่ โอแซ็ก ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคทางเดินอาหารได้ นักท่องเที่ยวที่มาจากทางตะวันตกผ่านเมือง อินเจ สามารถแวะชมวัด เพ็กทัมซา ซึ่งเป็นด่านทางเข้าอีกด้านหนึ่งของ ซอรักซาน

เฮียนเมียน, ยางกู
เป็นพื้นที่ต่ำมีภูเขาล้อมรอบและบ่อยครั้งเป็นสนามรบอันดุเดือดในระหว่างสงครามเกาหลี พื้นที่นี้ถูกขนานนามโดยผู้สื่อข่าวสงครามว่า "สนามรบชามอ่างพั้นซ์" ในบริเวณสนามรบที่มีชื่อก้องนี้เคยเป็นที่ตั้งของหอประชุมของเกาหลีเหนือ (Tel.033-481-9021), อุโมงค์ที่ 4 และหอสังเกตการณ์อึลจี มีรถประจำทางมาที่นี่วันละ 3 เที่ยวเท่านั้น ดังนั้นถ้ามีรถส่วนตัวก็แนะนำให้ใช้ หรือไม่ก็เหมารถแท๊กซี่จากยางกูมาได้

อุทยานแห่งชาติ ภูเขาโอเดซาน
อยู่ทางใต้ของซอรักซาน และเป็นที่ตั้งของวัดวอลจงซา ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรชิลลา อีกวัดหนึ่งในบริเวณนี้คือวัดซางวอนชา ซึ่งมีระฆังโลหะสัมฤทธิ์อันมีชื่อเสียง สร้างขึ้นใน ค.ศ.725

สวนพฤกษาศาสตร์เกาหลี
ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าอุทยานแห่งชาติโอเดซาน มีพืชและดอกไม้ป่าของเกาหลีกว่า 1,000 ชนิด จัดประเภทอย่างมีรูปแบบเฉพาะ คือแบ่งเป็นพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์และพืชที่มีกลิ่น การจัดสวนคำนึงถึงข้อที่ว่าดอกไม้เกาหลีจะดูงดงามที่สุดในพื้นที่โล่งกว้างกลางแจ้ง ส่วนสวนตามฤดูกาล ก็จะมีดอกไม้ที่งดงามที่สุดในฤดูกาลนั้น ๆ นับเป็นสถานที่อันน่าเพลิดเพลินใจสำหรับชื่นชมมวลดอกไม้ที่เบ่งบานต้อนรับและอำลาฤดูกาลแต่ละฤดูกาล

อุทยานแห่งชาติ ซีอักซาน
ครอบคลุมบริเวณจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ ห่างจากวอนจู 12 กม. ทางตะวันออกเฉียงเหนือ จุดที่น่าสนใจคือ บริเวณหุบเขาที่มีหินผารูปร่างแปลกประหลาด รวมทั้งวัดในศาสนาพุทธหลายแห่ง เช่น วัดคูเรียงซา สร้างขึ้นในสมัยชิลลา

สถานเล่นสกียงเพียง (หุบเขามังกร)
อยู่ในบริเวณช่องเขาแทกวัลเลียง ทางใต้ของภูเขาโอเดซาน มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับผู้ที่รักกีฬาสดี ได้ดีพอ ๆ กับฤดูกาลอื่น ๆ

ถ้ำฮวันซองกุล
เป็นถ้ำหินปูนที่ใหญ่โตที่สุดในเอเซีย และล้อมรอบด้วยภูเขาที่มีทัศนียภาพงดงาม ถ้ำนี้มีความยาวถึง 6.2 กม. แต่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เพียง 1.6 กม. ซึ่งเพียงความยาวแค่นี้ก็สามารถทำให้ผู้มาเยือนเก็บความทรงจำไว้ไม่มีวันลืม ทั้งนี้เนื่องจากภายในถ้ำเราจะเห็นบ่อน้ำถึง 10 บ่อ น้ำตก 6 แห่ง ห้องหลักอันกว้างขวางใหญ่โต และภาพอันน่าพิศวงมากมายอันเกิดจากหินงอกหินย้อย เช่นภาพน้ำตก กำแพงเมืองจีน และพระที่นั่ง เป็นต้น

เกาะอุลลึงโด
เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟตั้งอยู่สุดปลายฝั่งตะวันออกของเกาหลี และเป็นหนึ่งในเกาะภูเขาไฟที่สำคัญของเกาหลี 2 เกาะ อีกเกาะหนึ่งชื่อว่า เชจูโด เกาะอุลลึงโดนี้มีบริเวณกว้างถึง 73.15 ตารางกิโลเมตร และล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ เช่นด๊อกโด, จุ๊กโดและควาเนิมโด ที่กึ่งกลางเกาะนั้นยอดเขาซองอินบองตั้งตระหง่าน

มีเรือที่จะนำนักท่องเที่ยววนไปมารอบอุลลึงโด เพื่อชื่นชมมนต์เสน่ห์แห่งเกาะนี้ อันประกอบด้วย หน้าผาที่สูงชัน หินที่มีรูปทรงประหลาดและไม้นานาพรรณที่จะพบได้ก็บนเกาะนี้เท่านั้น เกาะนี้มีชื่อโด่งดัง ระหว่างชาวเกาหลีในการทำปลาหมึกแห้งและลูกกวาดฝักทอง

ภาคกลาง
แทจอน
เป็นหนึ่งในเมืองสำคัญในย่านนี้ ห่างจากกรุงโซลโดยรถยนต์เพียงสองชั่วโมง เป็นชุมทางรถไฟและทางด่วน และกำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศเกาหลี ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองคือ สถานตากอากาศ น้ำพุร้อน ยูซอง

อุทยานวิทยาศาสตร์ เอ็กซ์โป
เป็นสถานที่จัดงานแสดงกลางแจ้ง ขนาด 627,000 ตารางเมตร (156.75 เอเคอร์) อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแทจอน และเป็นสถานที่จัดงาน EXPO'93 หลังจากนั้นก็ได้รับการปรับปรุงเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์สำหรับประชาชนทั่วไป อุทยานวิทยาศาสตร์เอ็กซ์โป ประกอบด้วย ศาลาต่าง ๆ คือ Energy Pavillion, Technopia, Pavillion, Earthscape Pavillion และ Nature & Life Pavillion ส่วนหอคอยฮันบิท (ลำแสงอันยิ่งใหญ่) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งงานเอ็กซ์โปที่แทจอน เพียงไปเยือนอุทยานแห่งนี้หนึ่งครั้ง ท่านก็จะสามารถเห็นภาพรวมของเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของอุทยานแห่งนี้ ร่องรอยทางวัฒนธรรมของพูยอและคงจู (เมืองหลวงของอาณาจักรแพ็เจ) อุทยานแห่งชาติเคเรียงซาน ที่มีชื่อเสียงทางด้านความงดงามทางธรรมชาติก็ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน

อุทยานแห่งชาติภูเขา เคเรียงซาน
เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามและมีชื่อเสียง บริเวณนี้จึงเป็นที่นิยมมากขึ้น ๆ เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และธรรมชาติที่อยู่ใกล้ ๆ กัน อุทยานแห่งชาติเขาเคเรียงซาน อยู่ทางตะวันตกของแทจอน มีเส้นทางชมธรรมชาติไปถึงวัดคับซา มีต้นเมเปิลซึ่งผลัดใบเป็นสีต่าง ๆ ในฤดูใบไม้ร่วง และวัดดองฮักซา ซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันออก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาแคเรียงซาน คือ เมืองคงจู ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร แพ็กเจ ระหว่างปี ค.ศ.472-539 ก่อนที่จะมีการย้ายอาณาจักรไปที่เมือง พูยอ ทางใต้ อาณาจักรนี้ได้ล่มสลายไปในศตวรรษที่ 7 เมื่ออาณาจักรชิลลาได้รวมเอาดินแดนทั้งหมดบนคาบสมุทรเกาหลีเข้าด้วยกัน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักร แพ็กเจ ยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในเมืองหลวงเดิมทั้งสองเมืองนี้

สิ่งที่น่าสนใจในเมืองคงจู คือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคงจู ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงทรัพย์สมบัติจากสุสานของกษัตริย์ มูเรียง จากศตวรรษที่ 6 แม้ว่าสุสานส่วนใหญ่จะถูกทำลายไปแล้ว แต่สุสานของกษัตริย์มูเรียง ยังอยู่ในสภาพเดิมจนกระทั่งมีการขุดค้นในปี ค.ศ.1971

พูยอ
อยู่ห่างออกไปอีก 20 ไมล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเมืองหลวงสุดท้ายของ อาณาจักรแพ็กเจ (ค.ศ.539-660) สิ่งที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองพูยอ (Tel.041-833-8562) ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบอาณาจักรแพ็กเจ และมีศิลปวัตถุที่น่าสนใจหลายชิ้น จากยอดของป้อมปราบ พูซอซานแซง (Tel.041-835-3006) นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของแม่น้ำ เพ็งมากัง จากที่สูงบนฝั่งแม่น้ำเป็นที่ตั้งหน้าผา นักควาอัม ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น คือในช่วงที่อาณาจักรแพ็กเจ ถูกรุกราน หญิงสาวชาววังจำนวน 3,000 คน ได้มากระโดดน้ำตายเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกข่มเหง โดยทหารของฝ่ายตรงข้าม ภาพหญิงสาวในเสื้อผ้าสีสดใส กระโดดลงจากหน้าผาทำให้สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่า "ผาแห่งดอกไม้ที่ร่วงหล่น"

วัดควันชกซา
อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง พูยอ ใกล้กับบนซาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่น่าสนใจจำนวนหนึ่งคือ อึนจินมีรึก หรือ พระพุทธรูปแห่งอนาคต มีอายุกว่า 10,000 ปี สูง 19 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี สิ่งที่น่าสะดุดตาคือ ขนาดที่ใหญ่โตไม่สมส่วนของอวัยวะต่าง ๆ เช่น เศียรที่มีขนาดใหญ่ ติ่งหูใหญ่ และยอดพระเกษาที่ผิดปกติ ฯลฯ

อาซาน
อาซาน อยู่ห่างจากโซลไปทางใต้ 1 ชั่วโมง บนทางด่วนสายเคียงบู มีบ่อน้ำพุร้อน อาซาน สปาวิส ซึ่งคู่บ่าวสาวนิยมมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ทั้งยังมีศาลเฮียนชุงซา ซึ่งสร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงชัยชนะของนายพล อี ซุน ชิน ในการสู้รบกับกองทัพเรือญี่ปุ่นในปลายศตวรรษที่ 16 ส่วนในบริเวณเมืองชนอัน ซึ่งอยู่ห่างจากโซลหนึ่งชั่วโมงครึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์อิสรภาพแห่งชาติเกาหลี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้คนที่ได้ต่อสู้กับอิทธิพลต่างชาติเพื่ออิสรภาพของประเทศตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่อนุสรณ์แห่งนี้มีการเก็บรวบรวมศึกษา และจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับต่อต้านการรุกรานของต่างชาติ และบันทึกเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เมืองสมุนไพรซางซู
เป็นสวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีสมุนไพรกว่า 500 ชนิด มีเรือนกระจกซึ่งสมุนไพรสามารถเติบโตได้แม้ในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีภัตตาคารสมุนไพร บริการ อาหารหลากชนิดอันมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ด้วยเครื่องปรุงที่มีสมุนไพรเป็นหลัก อาหารยอดนิยมของนักท่องเที่ยวก็คือ คทบัป ซึ่งเป็นอาหารเกาหลี บิบิมบัป (ข้าวนึ่งกับผักรวม) ผสมสมุนไพรหลากหลายชนิด

ทะเลสาบ ชุงจูโฮ
อยู่ห่างจากโซลไปทางใต้ 80 ไมล์ในแถบที่ภูมิประเทศเป็นภูเขา มีเครื่องกีฬาทางน้ำหลายชนิดและบริการเรือในเส้นทาง ชุงจูทันยาง ผู้โดยสารในเรือจะเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของ ทันยาง พัลเกียง หรือ "ทิวทัศน์อันมหัศจรรย์ทั้งแปด" ในแถบที่เป็นเขาหินปูนรอบ ๆ ทันยาง

ถ้ำโคสุ
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองของทันยางไม่ถึง 1 ไมล์ ซึ่งจะมีหินงอกหินย้อยที่ส่องแสงแวววาวในตัวเอง ดังนั้นจึงถูกเรียกว่า "ปราสาทใต้พิภพ"


ภาคตะวันออกเฉียงใต้
แทกู

แทกู เป็นศูนย์กลางการทอผ้าของเกาหลี เป็นหนึ่งในเมืองที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า ปี ค.ศ.2002 เป็นศูนย์กลางตลาดพืชสมุนไพรต่าง ๆ ที่ใช้ทำยาของชาวตะวันออกที่มีสถานพยาบาลแบบตะวันออกมากถึง 300 แห่ง ร้านขายยาสมุนไพร และร้านปรุงสมุนไพรรวมอยู่ด้วย หอคอยสูงวูบังตั้งตระหง่านมองเห็นวิวที่สวยงามของเมือง

วัดชิกชีซา
ก็น่าชมเช่นเดียวกัน วัดนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของแทกู และท่านสามารถเดินทางโดยใช้ทางออกคิมชอนของทางด่วนเคียงบู วัดนี้มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากมีกระเบื้องหลังคาสีน้ำเงินและเสาหินที่หน้าประตูใหญ่ที่เก่าแก่อายุ 1,000 ปี พระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ 1,000 องค์

วัดแฮอินซา
วัดแฮอินซา[D4] (Tel.055-931-1001) เป็นวัดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศเกาหลี ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติ คายาซาน (Tel.055-932-7810) สร้างขึ้นใน ค.ศ.802 เป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุจำนวนมากในอาคารทั้งหมด 90 อาคาร (ศาลเจ้า กุฎิ และอาคารย่อยต่าง ๆ) แต่สิ่งที่ทำให้วัดนี้แตกต่างจากวัดอื่นคือ เป็นสถานที่เก็บรักษาแผ่นไม้แกะสลักสำหรับพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับเกาหลีจำนวน 80,000 แผ่น นับเป็นการรวบรวมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเซียตะวันออกแผ่นไม้เหล่านี้ทำขึ้นในปี ค.ศ.1251 เพื่อเป็นการร้องขอให้พระพุทธเจ้าคุ้มครองประชาชนในช่วงที่กองทัพมองโกเลียกำลังรุกรานประเทศ ในปัจจุบันแผ่นไม้เหล่านี้ยังอยู่ในสภาพดีและเป็นหลักฐานในการรวบรวมและเผยแพร่พระคัมภีร์ในพุทธศาสนาที่น่าเชื่อถือที่สุด ในปี ค.ศ.1995 องค์การยูเนสโก้ได้จัดให้แผ่นไม้แกะสลักพระไตรปิฎก หรือชางเกียง พันจอน เป็นหนึ่งในมรดกอันมีค่าของโลก

อันดง
อันดง[D5] ( http://www.andong.go.kr/ ) เป็นแหล่งที่มีวิถีชีวิตแบบเกาหลีสุดท้ายแหล่งหนึ่งในสมัยโบราณให้ได้สัมผัส ซึ่งเปรียบได้กับหีบสมบัติแห่งลัทธิขงจื๊อ สิ่งที่ประทับใจนักท่องเที่ยวทุกคนคือ บ้านของผู้สูงศักดิ์ ในสมัยโบราณหรือยางบาน สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จประพาสอันดงในเดือนเมษายน ค.ศ.1990 ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบรอบ 73 พรรษา ระหว่างเสด็จเยือนเกาหลีอย่างเป็นทางการ 4 วัน

วัดบงเจียงซา
ได้ชื่อว่าเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศ มีห้องโถงใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการก่อสร้างในต้นราชวงศ์โชซอน

หมู่บ้านฮาฮวย
เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งประกอบด้วยบ้านมุงหลังคาด้วยฟางและบ้านมุงหลังคากระเบื้องยางบาน บ้านผู้สูงศักดิ์ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงจากการแสดงพิเศษ ระบำหน้ากาก เรียกว่า ฮาฮวย เบียวชินกุท ทาวโนริ

อาณาจักรศิลปินจีเร
จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1988 เป็นอาณาจักรสำหรับให้ศิลปินและนักเขียนได้สรรค์สร้างงานศิลป์ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ปัจจุบันอาณาจักรแห่งนี้เปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวจากที่ต่าง ๆ ได้มาสัมผัสกับความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของครอบครัวนักปราชญ์ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ในช่วงพิธีเจซา ซึ่งเป็นพิธีระลึกถึงบรรพบุรุษที่จะมีปีละสิบครั้ง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นพิธีการบูชาบรรพบุรุษของชาวเกาหลี หากได้จองทัวร์ไว้ ไกด์จากอาณาจักรจะรอพบคณะนักท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟอันดง และถ้าไปถึงสถานีก่อนเวลาบ่ายสามโมง ก็อาจได้เห็นทิวทัศน์ยามอาทิตย์อัสดงที่สวยงาม ที่อาณาจักรนี้มีห้องพักอนดอล (ห้องที่พื้นห้องมีการปรับอุณหภูมิให้อุ่นและมีเสื่อและเครื่องนอนแบบเกาหลี) 14 ห้อง ค่าบริการราคาท่านละ 34,000 วอน รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น

อุทยานแห่งชาติเขาจูวังซาน
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ปลายทางหลวงที่วิ่งตามแนวฝั่ง เป็นสถานที่ที่หลบหลีกจากประชากรหนาแน่น เมืองชายฝั่งยองด๊อก ซึ่งอยู่ใกล้กับอุทยานมีอาหารทะเลสด ๆ และปูตัวใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากใกล้กับเมืองเคียงจู ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกมีเมืองอุตสาหกรรม เช่น โพฮัง และอุลซาน

เมืองโพฮัง
เมืองโพฮัง (http://www.ipohangorg/) เป็นที่ตั้งของโรงงานเหล็กที่ใหญ่ POSCO (Tel.054-220-0578; http://www.posco.co.kr/) และท่าเรือ เฟอร์รี่ไปยังเกาะอุลลึงโด

เมืองอุลซาน
เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทรถยนต์ฮันได (Hyundai Motor Company) และบริษัท ฮึนไดเฮฟวี่อันดัสตรีส์ (Hyundai Heavy Industries) นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมบริเวณนี้ได้โดยมีการบรรยายภาษาอังกฤษเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลี

เคียงจู
เคียงจู เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลาเป็นเวลา 1,000 ปี ในหุบเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของ เคียงจู นั้นก็มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งรวมถึงวัดและโบราณวัตถุมากมายหลังจากอาณาจักรชิลลาได้รวบรวมดินแดนต่าง ๆ บนคาบสมุทรเกาหลีเข้าไว้ด้วยกันใน ค.ศ.676 เมืองเคียงจู ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งในโลก บริเวณนี้จึงได้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง" เนื่องจากมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ ๆ มากมาย

อุทยาน ทูมูลี
เป็นสุสานหลวงจากอาณาจักรชิลลา ก่อนการรวมประเทศในใจกลางเมืองเคียงจู ประกอบด้วยสุสาน 23 แห่งจากทั้งหมด 200 แห่งที่พบในเคียงจู ได้มีการขุดค้นสุสานชนมาชอง (สุสานม้าสวรรค์) ใน ค.ศ.1974 และพบทรัพย์สมบัติมีค่าถึง 10,000 ชิ้น หนึ่งในของมีค่าเหล่านั้นคือ มงกุฎทองและเข็มขัดซึ่งปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองเคียงจู นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสุสานดังกล่าวเพื่อให้ได้เห็นลักษณะการก่อสร้างสุสานและการจัดวางทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ภายในสุสาน นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ สุสานที่สงบร่มรื่นยังเหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

หอดูดาว ชมซงแด
จัดเป็นหอคอยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและยังปรากฎให้เห็นจนทุกวันนี้ มีลักษณะเป็นรูปขวด สร้างด้วยหินในศตวรรษที่ 7 และเป็นที่ชื่นชมของนักโบราณคดีทั่วโลก เชื่อกันว่าทางเข้าหอคอยคือหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งหันไปทางใต้ตรงกลาง หอคอยและต้องใช้บันไดพาด

สระอันอั้บจิ
อยู่ห่างจาก ชมซงแด ไปเพียงสิบนาที ในสมัยอาณาจักรชิลลา สระแห่งนี้เคยเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพระราชวงศ์ ใน ค.ศ.1974 ได้มีการวิดน้ำออกจากสระ และได้ค้นพบหีบสมบัติซึ่งเต็มไปด้วยโบราณวัตถุจาออาณาจักรชิลลา ปัจจุบันนี้โบราณวัตถุดังกล่าวถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมือง เคียงจู

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองเคียงจู
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองเคียงจู เป็นสถานที่ที่ควรแก่การไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง เนื่องจากเต็มไปด้วยโบราณวัตถุต่าง ๆ จากอาณาจักรชิลลา ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎทองคำที่งดงาม เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้นทำจากหินและโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เก็บรักษาระฆังแห่งพระเจ้าซงดกมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ หรือที่เรียกว่า "ระฆังเอมิลเล่" นับเป็นระฆังที่ใหญ่และมีเสียงดังกังวาลมากที่สุดใบหนึ่งในเอเชีย ระฆังนี้ทำจากทองสัมฤทธิ์หนัก 19 ตัน และมีความสูง 11 ฟุต นาที

วัดพูลกุกซา
วัดพูลกุกซา เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดวัดหนึ่งในประเทศเกาหลี เนื่องจากแสดงถึงฝีมือของสถาปนิก สมัยชิลลาและความเชื่อในพุทธศาสนาในสมัยนั้นอย่างแท้จริง แต่เดิมเมื่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.535 มีทั้งสิ่งก่อสร้างที่เป็นไม้และเป็นหิน แต่ปัจจุบันนี้คงเหลือแต่สะพานบันได และเจดีย์ที่ทำจากหิน ได้มีการบูรณะวัดนี้เมื่อ ค.ศ.752

ถ้ำซ็อกคูรัม
เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งมีอายุเก่าแก่และโบราณพอ ๆ กับวัดพุลกุกซา และมีการแกะสลักขึ้นในสมัยชิลลาเช่นเดียวกัน ศาสนวัตถุที่ถูกประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ ได้แก่พระพุทธรูปขนาดใหญ่ตรงกลาง สายพระเนตรทอดสู่ป่าเขาผ่านทะเลตะวันออกไปถึงขอบฟ้า พระพุทธรูปนี้ถูกล้อมรอบด้วยรูปปั้นของพระโพธิสัตว์และเทพยดาที่ช่วยปกปักรักษา ส่วนผนังถ้ำซึ่งเป็นรูปทรงโดมทำจากหินแกรนิตก็มีการสลักลวดลายอันวิจิตร นับเป็นอัจฉริยภาพทางสถาปัตยกรรมในปี ค.ศ.1995 องค์การยูเนสโกได้จัดให้วัดพุลกุกซา และถ้ำซ็อกคูรัม เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของโลก

หมู่บ้านงานประดิษฐ์พื้นเมืองของเคียงจู
ตามเส้นทางจากสถานตากอากาศโพมุนเลคไปจนถึง วัดพูลกุกซา และถ้ำซ็อกคูรัม เราจะเห็นหมู่บ้านนี้ซึ่งประกอบด้วยบ้านลักษณะพื้นเมือง 45 หลัง ชาวบ้านที่นี่จะผลิตเครื่อง ประดับทอด้วยเส้นทอง งานฝีมือ ทำด้วยไม้ หิน และดินเผา เพชรพลอย และงานเย็บปักถักร้อยต่างๆ พวกเขาจะทำงานกันในโรงปฏิบัติงานและจะแสดงให้เราชมด้วยความยินดี นอกจากนี้ยังมีอาคาร 17 แห่ง แสดงและจับจ่ายสินค้า

สถานตากอกาศทะเลสาบโพมุน
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเคียงจู ประกอบด้วยโรงแรมมีระดับหรูหราถึง 5 แห่ง ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ คาสิโน ร้านค้า และร้านอาหารมากมาย, สนามกอล์ฟ, สวนสนุก, เรือสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ น้ำพุร้อนและพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแสดงผลงานทางศิลปะทั้งยังมีบริการรถรับส่งและแท๊กซี่ระหว่างเมืองเคียงจู และสถานตากอากาศแห่งนี้ด้วย

ยังมีสถานที่น่าชมอีกมากมายรอบ ๆ เคียงจูนั่นคือ หลุมฝังศพของกษัตริย์และเหล่านายพล ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนัมซาน หมู่บ้าน ยางดองและสถาบันการศึกษาลัทธิขงจื๊อออกซาน

พูซาน
พูซาน เป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เชื่อมโยงกับเมืองอื่น ๆ โดยรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน เมือง พูซาน มีท่าเรือเฟอร์รี่ไปประเทศญี่ปุ่นและเป็นเมืองหน้าด่านสู่อุทยานแห่งชาติทางทะเลฮัลยอ เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยโรงแรมและร้านอาหารชั้นหนึ่ง รวมทั้งมีแหล่งช็อปปิ้งที่หลากหลาย หาดทรายที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ สถานที่ที่น่าสนใจในใจกลางเมืองพูซานคือ อุทยานยงดูซาน และย่านช้อปปิ้งและแหล่งความบันเทิงที่ ควางบกดง และ นัมโพดง ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับอุทยาน

ย่านแฟชั่นและศูนย์รวมความบันเทิงของ ควางบกดง และนัมโพดง ซึ่งเป็นที่ที่จัดเทศกาลประกวดภาพยนตร์ประจำปีในเดือนพฤศจิกายน

ที่ตลาดปลา ชากัลชิ ในตอนเช้าก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเมื่อมีการซื้อขายปลาที่เพิ่งเข้าฝั่งมาพร้อมกับเรือประมงในตอนเช้ามืด ปลาที่ถูกถ่ายลงที่ท่าเรือและการซื้อขายก็จะเริ่มขึ้นทันที

สุสานทหารสหประชาชาติ (Tel.051-624-2165) เป็นสถานที่ฝั่งศพทหารขององค์การสหประชาชาติที่เสียชีวิตในสงครามเกาหลีเมื่อเกือบห้าสิบปีที่แล้ว แม้บรรยากาศของที่นี่จะดูเงียบขรึมแต่มีความสวยงาม

อุทยาน แทจงแด อยู่ที่ปลายเกาะยงโด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองมีลักษณะเป็นเขา ป่าทึบ และหน้าผาสูงชันติดทะเลซึ่งอยู่ต่ำลงไป 150 เมตร

วัดทงโดซา
วัดทงโดซา เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี ตั้งอยู่ระหว่างเมืองเคียงจู และเมืองพูซาน บริเวณจะดูเหมือนไม่กว้างขวาง เนื่องจากสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามไหล่เขา นอกจากรูปปั้นฝีมือเยี่ยมภายในศาลเจ้าต่าง ๆ แล้ว ยังมีภาพเขียนที่สวย งามอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของวัดอีกด้วย

ชินแฮ
ชินแฮ อยู่ใกล้กับเมืองอุตสาหกรรม คือ มาซาน และ ชางวัน เป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงทางตอนใต้และถนนทุกเส้นจะมีต้นเชอรี่ ซึ่งออก ดอกสะพรั่งเต็มต้นทุกปีในช่วงต้นเดือนเมษายน เมื่อดอกเชอรี่บานเต็มต้นชาวเมืองจะจัดงานรื่นเริงใกล้ ๆ กับท่าเรือเป็นเวลา 12 วัน ผู้คนจะมารวมตัวกันในย่านที่ดอกไม้บานสะพรั่งเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

ชินจู
ชินจู เป็นเมืองเล็ก ๆ สองฝั่งแม่น้ำนัมคัง เหมาะที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเที่ยวชมด้านตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขา ซีรีซาน เมืองที่เป็นที่รู้จักอย่างดี เนื่องจากเป็นสนามรบในช่วงที่กองทัพญี่ปุ่นรุกรานประเทศ เกาหลีในปลายศตวรรษที่ 16 ปราสาท ชินจูซอง ศาลา ชกซงนู และศาลเจ้านนเก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่หญิงชาวเกาหลีผู้สละชีวิตในการสังหารนายพลของฝ่ายตรงข้าม เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ผู้คนระลึกถึงประวัติศาสตร์ในสมัยนั้น

PIFF พิฟ-เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูซาน
ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มจัดได้ไม่นาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูซาน (PIFF) ก็เป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย คลาคล้ำไปด้วยบรรดาคนทำภาพยนตร์ นักแสดง นักวิจารณ์ แฟน ๆ และผู้ชมจำนวนมาก

เทศกาลนี้เน้นภาพยนตร์เอเชียเป็นหลัก แต่ก็มีภาพยนตร์จากทั่วโลก รวมทั้งจากอเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งทำให้แฟนหนังสามารถเข้าใจมุมมองของแนวทางภาพยนตร์ที่สำคัญ ๆ ได้ ภาพยนตร์เหล่านี้จะฉายในโรงภาพยนตร์ที่มีอยู่มากมายแถบถนนนัมโปดอง ที่หอภาพยนตร์ในมิลลักดอง และบนจอภาพยนตร์กลางแจ้งขนาดยักษ์ที่หาดซูยองมาน งานนี้มีขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี

อุทยานแห่งชาติทางทะเล ฮัลยอ
หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อุทยานน้ำฮัลยอ เป็นเส้นทางทางทะเลยาว 93 ไมล์ ระหว่าง เกาะโคเจโด[G1] ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ พูซาน และ ยอซู[G2] ทางตะวันตก บริเวณนี้เต็มไปด้วยเกาะแก่งต่าง ๆ ถึง 400 เกาะ ส่วนใหญ่ไม่มีคนอาศัยอยู่ชายฝั่งที่คดเคี้ยว ทำให้เกิดหินรูปร่างแปลก ๆ และถ้ำ เหมาะกับการล่องเรือเที่ยวชม นอกเหนือจากทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามแล้ว บริเวณนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นายพลอีซุนชิน สามารถเอาชนะกองทัพเรือญี่ปุ่นหลายครั้งในช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นรุกรานประเทศเกาหลี ในศตวรรษที่ 16 นายพลอีเป็นผู้ประดิษฐ์เรือรบหุ้มเกราะเพื่อใช้ในสงครามเป็นครั้งแรก

ทงยง
ทงยง (http://www.gnty.net/) ครั้งหนึ่งเคยเป็นกองบัญชาการ กองทัพของนายพลอี ปัจจุบันนี้เป็นเมืองท่าที่น่าไปเยี่ยมชมมีโรงแรม ร้านอาหารทะเลชั้นเยี่ยม และอุปกรณ์กีฬาทางน้ำที่ครบครัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าต่าง ๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงนายพลอี นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากเมืองนี้ไปยังเกาะฮันซานโด ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายพลอี สามารถเอาชนะกองทัพญี่ปุ่นได้ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1592 และเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน โดยมีเปลือกหอยมุกเป็นวัตถุดิบเครื่องเขินนาเจิน ชิลจินี้ผลิตกันมานานถึง 400 ปีทีเดียว

เกาะสวรรค์โอโด
เกาะสวรรค์โอโด มีชื่อเสียงทางด้านสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนประมาณ 3,000 ชนิด รวมถึงดอกคาเมลเลีย และตะบองเพชร สวนรูปปั้นแกะสลักและหอคอย

เกาะนัมแฮโด
เกาะนัมแฮโด มีสะพานแขวนเรียกว่า สะพานนัมแฮ ข้ามไปยังแผ่นดินใหญ่ ยาว 660 เมตร นับเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศด้านตะวันออก มีถนนต่อจากสะพานนี้ผ่านเมือง นัมแฮ ตรงไปยังชายหาด ซางจู ทางใต้ เกาะนี้เต็มไปด้วยยอดเขาสูงสลับกับที่ราบต่ำ

มีรอยเท้าของไดโนเสาร์มากกว่า 2,000 รอย ภายในสวนหินแซงโจกัม[G9] ตามชายฝั่งที่เดียงเมียง-รี ไฮเมียน, โกเซิง พบทั้งรอยเท้าของไดโนเสาร์ที่กินเนื้อ และกินพืชเป็นอาหาร อาทิเช่นบรอนโทซอรัสและไทรันโนซอรัส สันนิษฐานว่าพบรอยเท้าจำนวนมาก ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อน้ำขึ้นสูงรอยเท้าบางรอยมีน้ำขังอยู่ แต่สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อเวลาน้ำลง บริเวณแห่งนี้เป็น 1 ใน 3 แห่งที่พบรอยเท้าของไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอีก 2 แห่ง คือในประเทศบราซิลและประเทศแคนาดา

เกาะนัมแฮโด
เกาะนัมแฮโด มีสะพานแขวนเรียกว่า สะพานนัมแฮ ข้ามไปยังแผ่นดินใหญ่ ยาว 660 เมตร นับเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในประเทศด้านตะวันออก มีถนนต่อจากสะพานนี้ผ่านเมือง นัมแฮ ตรงไปยังชายหาด ซางจู ทางใต้ เกาะนี้เต็มไปด้วยยอดเขาสูงสลับกับที่ราบต่ำ

มีรอยเท้าของไดโนเสาร์มากกว่า 2,000 รอย ภายในสวนหินแซงโจกัม[G9] ตามชายฝั่งที่เดียงเมียง-รี ไฮเมียน, โกเซิง พบทั้งรอยเท้าของไดโนเสาร์ที่กินเนื้อ และกินพืชเป็นอาหาร อาทิเช่นบรอนโทซอรัสและไทรันโนซอรัส สันนิษฐานว่าพบรอยเท้าจำนวนมาก ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อน้ำขึ้นสูงรอยเท้าบางรอยมีน้ำขังอยู่ แต่สามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อเวลาน้ำลง บริเวณแห่งนี้เป็น 1 ใน 3 แห่งที่พบรอยเท้าของไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอีก 2 แห่ง คือในประเทศบราซิลและประเทศแคนาดา

ภาคตะวันตกเฉียงใต้

เขตนี้ได้รับการขนานนามให้เป็นคู่ข้าวอู่น้ำแห่งเกาหลีอยู่บ่อย ๆ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เกาหลีมีลักษณะเป็นทุ่งนาที่อุดม สมบูรณ์จนมีชื่อเรียกว่า "อู่ข้าวของเกาหลี" พื้นที่เกษตรกรรมค่อย ๆ ลาดลงสู่พื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งคดเคี้ยวไปมาตามลักษณะของอ่าวเล็ก ๆ จำนวนมาก
ถ้าคุณเดินทางไปตามทางด่วนสาย โฮนัม เพียงครึ่งทางจะพบเมือง ชนจู[H1] ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระดาษสาแบบเกาหลีดั้งเดิม หรือฮันจิ ชาวเกาหลีใช้กระดาษสานี้ในศิลปะการคัดตัวอักษรการทำร่ม พัด และของอื่น ๆ นอกจากนี้เมือง ชนจู ยังมีอาหารที่มีชื่อเสียงคือ พีบิมปับ (ข้าวคลุกผักชนิดต่าง ๆ และหมูสับใส่ในชามใหญ่) คุณจะพลาดชิมอาหารจานนี้ไม่ได้ทีเดียว

หมู่บ้านชนจู ฮันอก

หมู่บ้านชนจู ฮันอก อยู่ในบริเวณคาบเกี่ยวกับพุงนัมดองและเกียวดอง มีบ้านแบบเกาหลีที่เรียกกันว่า ฮันอก อยู่กว่า 800 หลัง ถึงแม้ว่า บริเวณเมืองโดยรอบจะเปลี่ยนไปเป็นสังคมอุตสาหกรรม หมู่บ้านนี้ก็ยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงยึดถือประเพณีแบบดั้ง เดิม หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี ก็ควรที่จะได้แวะชมสถานที่สำคัญหลายแห่งในหมู่บ้านฮันอกนี้

ศูนย์วัฒนธรรมชนจู
ศูนย์วัฒนธรรมชนจู (Tel.063-280-7000; http://www.jtculture.or.kr/) มีสถานที่แสดงดนตรีเกาหลี ร้านน้ำชา ภัตตาคาร และห้องโถง สำหรับจัดงานแต่งงาน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสและลิ้มลองวัฒนธรรมเกาหลีผ่านรายการชั้นเยี่ยมมากมาย ร้านงานประดิษฐ์โอมกแด (Tel.063-285-4403) ตั้งอยู่บริเวณบ้านแบบฮันอกอันสง่างาม มีห้องแสดงผลงานและร้านจำหน่ายสินค้าถึง 8 แห่ง จำหน่ายงานฝีมือที่มีความวิจิตรงดงามและงานฝีมือพิเศษของชนจู เช่น พัดที่ประดิษฐ์ด้วยมือ และฮันจิ หรือกระดาษเปลือกต้นหม่อน

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจ เช่นรายการสัมผัสชีวิตฮันอก ที่จัดขึ้นโดยศาลากลางจังหวัดชนจู นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้ที่บ้านฮักอก แซฮวากวัน (Tel.063-2876300) และสัมผัสกับชีวิตแบบเกาหลีโบราณ พักในห้อง ซนบีบัง (ห้องสุภาพบุรุษ) และห้อง เกียวซูบัง (ห้องสุภาพสตรี) บนเสื่อผืนหนา รวมทั้งมีบริการอาหารประจำชาติที่จัดแต่งมาอย่างประณีต ราคาค่าที่พักต่อคืน สำหรับสองคน ราคา 100,000 วอน สำหรับห้องซนบีบังและเกียวซูบัง และ 50,000 วอน สำหรับห้องธรรมดา ซึ่งราคานี้รวมอาหารเช้าแบบพื้นเมือง

พิพิธภัณฑ์สุราพื้นเมืองเกาหลี
พิพิธภัณฑ์สุราพื้นเมืองเกาหลี (Tel.063-287-6305) วิหารเกียงกิจน และโบสถ์คาทอลิก เจินดอง ก็อยู่ในระยะที่เดินถึงจากหมู่บ้าน

อุทยานจังหวัด ภูเขามาอีซาน
อุทยานจังหวัด ภูเขามาอีซาน (Tel.063-430-2556) อยู่ทางทิศตะวันออกของ ชนจู ในบริเวณนี้มียอดเขาสูงสองยอดที่มีรูปร่างเหมือนหูม้า จึงมีชี่อว่า มาอีซาน (ภูเขาหูม้า)
ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดแท็บซา ซึ่งมีเจดีย์ทำจากหินอยู่ถึง 80 เจดีย์ บางเจดีย์สูงถึง 10 เมตร ผู้คนได้กล่าวเกี่ยวกับวัดแห่งนี้มีอยู่ว่า พระองค์หนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดนี้โดยลำพังได้สร้างเจดีย์ทั้งหมดขึ้นเพื่อบำเพ็ญกุศลเพื่อสันติภาพ เจดีย์เหล่านั้นยังอยู่ในสภาพที่ดีแม้ว่าจะต้องทนต่อลมแรง นับเป็นอนุสรณ์สถานแห่งศาสนาพุทธที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง

วัดคึมซานซา
วัดคึมซานซา เป็นวัดที่สวยงามอยู่ห่างจาก ชนจู ไป 20 ไมล์ทางตะวันตกเฉียงใต้ ทางใต้ของวัดคืออุทยานแห่งชาติ ภูเขาแนจางซาน และวัดเพ็กยังซา (ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 7 อุทยานแห่งนี้มีความงดงามเป็นพิเศษในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง)

โซแววอน
โซแววอน เป็นสวนสไตล์โชซอนยุคกลาง ที่ด้านหน้าทางเข้าจะมีซุ้มป่าไผ่ที่สวยงาม ภายในกำแพงเหนือก้อนหินมีน้ำใสไหลผ่านเรื่อยลงไปในลำธาร ด้านข้างเป็นห้วยลึกมีบ้านแบบฤดูร้อนหลังเล็ก ๆ ตั้งเรียงราย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแวะชมคือเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

โบซอง
โบซอง เป็นต้นกำเนิดของโซเพียนเจ ซึ่งเป็นพันซอรีหรือเพลงมุขปาฐะ ในแบบของภาพตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้ โบซองยังเป็นแห ล่งปลูกชาเขียวมากถึง 40% ของชาเขียวทั้งหมดในประเทศ เทศกาลหอมกลิ่นชาเขียว (ดาฮยางเจ) จะมีขึ้นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงฤดู ใบไม้ผลิ ในเทศกาลนี้มีการแข่งขันเก็บใบชา การเข่งขันชงชา และการสาธิตพิธีชงชา นอกจากนี้ การลองใช้บริการสปาเขียวในโบซอง ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ

อุทยานแห่งชาติ ภูเขาชีรีซาน
อุทยานแห่งชาติ ภูเขาชีรีซาน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศเกาหลี และเป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขา ฮัลลาซานที่เชจูโด อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว้างใหญ่ และยอดเขาสูงต่าง ๆ รวมถึง ชนวางบง ซึ่งมีความสูง 1,915 เมตร ครอบคลุมถึงสามจังหวัด คือ ชอลลานัมโด, ชอลลาบุกโด, เคียงซางนัมโด ในบริเวณภูเขา ชีรีซาน มียอดเขาที่สูงตระหง่านมากมายแต่ผู้ที่จะปีนขึ้นไปบนยอดเขาเหล่านี้จะต้องมีประสบการณ์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการปีน นอกจากนี้ยังมีลำธารไหลผ่านป่าที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และทะเลหมอกที่ปกคลุมยอดเขา ส่วนในบริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดในศาสนาพุทธหลายวัด เช่น วัด ฮวาอมซา และซากปรักหักพังต่าง ๆ

วัดฮวาอมซา
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาวัดทั้งเจ็ดแห่งในแถบ ชีรีซาน วัดเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.544 ได้ถูกไฟไหม้และมีการ สร้างวัดใหม่ขึ้นทดแทนใน ค.ศ.1606 โดยยังคงเก็บรักษาของมีค่าต่าง ๆ ไว้ เช่น คักวางจอน หรืออาคารไม้แบบเกาหลีดั้งเดิม และแทอึงจอน เป็นอาคารที่มีชื่อเสียง ซึ่งสร้างโดยไม่ต้องใช้ตะปู นอกจากนี้ต้นเชอรี่ที่ผลิดอกบานสะพรั่ง และต้นเมเปิลยังเพิ่มความงดงามให้กับบริเวณนี้อีกด้วย

วัดอึนจูซา
วัดอึนจูซาห่างจากเมือง ฮวาซุน-อึบ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 26 กม. ผู้ที่สร้างวัดนี้ขึ้นในสมัยชิลลา (ค.ศ.676-935) คือพระภิกษุในศาสนาพุทธชื่อ โทซน กุกซา วัดแห่งนี้แต่เดิมประกอบด้วยเจดีย์ 1,000 องค์ และพระพุทธรูป 1,000 องค์ แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ 18 องค์และพระพุทธรูป 80 องค์ เป็นที่เชื่อกันตามหลักการทำนายอนาคต โดยใช้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ว่า คาบสมุทรเกาหลีมีความไม่สมดุลย์ และมีแนวโน้มที่จะจมลงเนื่องจากด้านตะวันตกเฉียงใต้ หรือแถบโฮนัม มีภูเขาน้อยกว่าด้านตะวันออกเฉียงใต้หรือแถบยงนัม ดังนั้นผู้คนจึงช่วยกันป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยการไปสร้างพระพุทธรูและเจดีย์หลายพันองค์ไว้ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทร

เมืองมกโพ
เป็นเมืองท่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรและมีอาหารทะเลสดที่ขึ้นชื่อ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปมาระหว่าง มกโพ กับ เกาะฮงโด โดยเรือไฮโดรฟอยล์ เกาะฮงโด[H18] ซึ่งมีโขดหินรูปร่างแปลกประหลาดก็เป็นที่ชื่นชอบของนักถ่ายภาพใกล้ ๆ กับเมือง มกโพ มีเกาะชื่อ ชินโด ซึ่งมีปรากฎการณ์ธรรมชาติอันแปลกประหลาด น้ำทะเลช่วงระหว่าง เกาะชินโด[H19] กับเกาะใกล้เคียง ทางใต้จะลดลงอย่างมากปีละสองครั้งจนทำให้สามารถเดินข้ามไปมาระหว่างสองเกาะได้ชาวเกาหลีเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า เหตุการณ์มหัศจรรย์ของโมเลส

ซากรอยเท้าฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่อูฮัง-รี
มีรอยเท้าของไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกประมาณ 1,000 รอย ของนกที่มีเท้าติดกันเป็นพืดอย่างเป็ด และพบรอยเท้าของไดโนเสาร์ชนิดบินได้ขนาดใหญ่ประมาณ 300 รอย และพบรอยเท้าของไดโนเสาร์ชนิดอื่น ๆ ประมาณ 500 รอย ในยุคเดียวกันทั้งหมดนี้ครอบคลุมตามแนวชายฝั่งในอูฮัง-รี, ฮวางซัลเมียน, แฮนัม-กุน ไดโนเสาร์กลุ่มนี้ สันนิษฐานได้ว่าอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้ประมาณ 83 ล้านปีมาแล้ว ระหว่างสมัยครีตาเซียสของยุคเมโสโซอิค รอยเท้าของเตอร์โรเสาร์บางรอยมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร นับว่าใหญ่ที่สุดในโลก

แดกูเมียนใน กังจิน
แดกูเมียนใน กังจิน เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงยาวนานด้านงานดินเผาศิลาดลและเป็นที่ผลิตผลงานดินเผาศิลาโคเรียวที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเตาเผากว่า 180 เตา ที่ผลิตผลงานออกมาราว 5,000 ชิ้นทุกปี เทศกาลวัฒนธรรมการปั้นดินเผาศิลาดลจะจัดขึ้นในกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี

เชจูโด
เชจูโด หรือเกาะเชจู ซึ่งอยู่ทางใต้ของโซลเป็นหนึ่งในจังหวัดทั้งเก้าประเทศเกาหลี หากคุณเดินทางโดยเครื่องบินจากโซลจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทั้งยังมีเที่ยวบินตรงจากโตเกียว โอซากา นาโงย่า ฟูกูโอกะ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง มายัง เชจู อีกด้วยหรือคุณจะเดินทางมาจาก พูซาน วานโด อินชน ยอซู หรือ มกโพ โดยเรือเฟอร์รี่ก็ได้ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่แยกออกไปจากแผ่นดินใหญ่ และมีบรรยากาศโรแมนติคแบบประเทศในเขตร้อน โดยมีสี่ฤดูและอากาศอบอุ่นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปีและในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยเฉลี่ยคือ 22-26 องศาเซลเซียส คู่บ่าวสาวที่เพิ่งแต่งงานและนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปเที่ยวที่เกาะแห่งนี้

ตัวเมืองเชจู
เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในแถบชายฝั่งด้านเหนือส่วนกลาง และมีสนามบินนานาชาติ รวมทั้งเป็นที่ ตั้งของโรงแรมทั้งแบบตะวันตกและแบบเกาหลีบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกของเชจู มีภูมิประเทศเป็นหินภูเขาไฟรูปทรงแปลกประหลาดคล้ายกับมังกรกำลังอ้าปาก เรียกว่า โขดหิน ยงดูอัม จึงเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติภูเขา ฮัลลาซาน
อุทยานแห่งชาติภูเขา ฮัลลาซาน ประกอบด้วยภูเขา ไฟสูงตระหง่านที่ได้ดับไปเป็นเวลานานแล้ว และทุ่งนา ป่าเขา หมู่บ้านเล็ก ๆ และโรงแรมชั้นดีบนหาดทรายขาวสะอาด มีทางหลวงตัดข้ามเกาะ 5.16 และ 1,100 โรดส์ ตัดผ่านด้านที่ไม่สูงชักนักของอุทยานแห่งนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนเกาะแห่งนี้ คุณจะสามารถมองเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมโผล่พ้นกลุ่มเมฆ ภูเขา ฮัลลาซาน มีความสูง 1,950 เมตรจากระดับน้ำทะเลและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ

ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี
ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี เป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟทั้งสามแห่งบนเกาะ เชจู อีกสองแห่งได้แก่ ทะเลสาบ เพ็งนกทัม ที่ยอดเขา ฮัลลาซาน และซงซานโป หรือยอดเขาตะวันขึ้น
ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี มีเส้นรอบวงยาว 2 กม. ในบริเวณนี้มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งแบบกึ่งโซนร้อนแบบภูมิอากาศอบอุ่น และแบบภูเขาทั้งหมด 420 ชนิด จนเป็นที่รู้จักในหมู่นักพฤษศาสตร์ว่า เป็นขุมสมบัติแห่งพรรณไม้ เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการไปเยือนปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี คือในฤดูร้อน หรือฤดูใบไม้ร่วง

เกาะอูโด
เป็นหาดทรายปะการังแห่งเดียวของเกาหลี ชื่อนี้ได้มาจากรูปลักษณะที่คล้ายกับวัวกำลังนอนอยู่บนหญ้า เกาะนี้มีชื่อเสียงมากสำหรับอูโดพัลเกียง สถานที่ 8 แห่งที่สวยงามของเกาะอูโด

ซกวิโพ และ เชจูโด ฝั่งตะวันตก
ซกวิโพ เป็นเมืองท่าเพื่อการประมงและเป็นเมืองสำคัญบริเวณชายฝั่งทางใต้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยือนได้อย่างสะดวกสบาย โดยถนนซึ่งเชื่อมระหว่าง ซกวิโพ กับตัวเมือง เชจู นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามและโรงแรมที่น่าอยู่หลายแห่ง

สถานตากอากาศ ชุงมุน
สถานตากอากาศ ชุงมุน ซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางอยู่ห่างจากใจกลางเมือง ซกวิโพไปทางใต้เพียง 20 นาที โดยรถยนต์ รีสอร์ทแห่งนี้ให้ความสำคัญทั้งกับการท่องเที่ยว และการพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ตั้งของโรงแรมจึงเอื้ออำนวย กิจกรรมทั้งสองแบบ เนื่องจากอยู่ใกล้น้ำตกชนเจยน และหาดทรายที่ขาวสะอาด ขณะน้ำกำลังมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการพักผ่อนหย่อนใจ ในพื้นที่ 1.7 ตร.กม. 420 เอเคอร์ ในรีสอร์ทนี้

ท่องเที่ยวเรือดำน้ำมารีน่า
ท่องเที่ยวเรือดำน้ำมารีน่า จะพาท่านชมชีวิตใต้ทะเลลึกลงไปถึง 30-35 เมตร รอบ ๆ เกาะมุนเซิม - โลกใต้ทะเลกึ่งเขตร้อน อาทิเช่น ปะการังและปลาดาว โรงเรียนปลา ซึ่งปลาเหล่านี้ว่ายโชว์ลีลาอวดนักดำน้ำให้ลงไปกับโลกใต้ทะเลจากซกวิโพไปมีเกาะเล็ก ๆ มากมาย มีชื่อเสียงในเรื่องของการตกปลาพอ ๆ กับทิวทัศน์ของโลกใต้ทะเลอันสวยงาม

สวนเมืองจำลอง
ที่เมืองจำลองนี้มีสถาปัตยกรรมก่อสร้างจำลองกว่า 100 แห่ง ที่มีชื่อเสียงของโลก เช่น วัดพูลกุกซา ของเกาหลี เมืองต้องห้ามของจีน หอคอยเอียงแห่งเมืองปิซา ที่นี่ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชม และสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ หลากหลายซึ่งมีวัฒนธรรมยุคหินแห่งเชจู เตาเผาเซรามิก โรงละครกลางแจ้ง สนามแข่งรถและอื่น ๆ

ปราสาทช็อกโกแลต
ปราสาทช็อกโกแลต ศูนย์รวมของช็อกโกแลต เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของเกาหลีที่สร้างด้วยหินภูเขาไฟแห่งเกาะเชจู ช็อกโกแลตในขนาดและรูปแบบต่าง ๆ รวบรวมจากทั่วโลก ช็อกโกแลตรถโสม รสชาเขียว รสมะม่วง และรสใหม่ ๆ ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับผู้นิยมช็อกโกแลตทั้งหลาย และยังสามารถชมวิธีการผลิตแบบท้องถิ่นได้โดยการมองผ่านตู้กระจก