Corinth เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ เนินเขาอะโครคอรินท์ เมืองนี้เคยถูกทำลายมาหลายครั้งจากแผ่นดินไหว และยังเคยถูกพวกโรมันทำลายเมื่อ 146 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยของจูเลียส ซีซาร์ เมืองนี้ได้รับการพัฒนาอีกครั้งโดยจักรวรรดิโรมัน ทำให้เมืองนี้มีความมั่นคงและก้าวเข้าสู่อำนาจอย่างรวดเร็ว สถานที่สำคัญของเมืองนี้คือ มหาวิหารเทพอะพอลโล ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเสา 7 ต้นเท่านั้น
จุดท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งคือ คลองคอรินท์ เป็นคลองที่มีขนาดใหญ่ สูงถึง 78 เมตร กว้าง 24 เมตร และมีความยาวถึง 6.343 กิโลเมตร คลองนี้ขุดขึ้นเพื่อเป็นทางผ่านของเรือบรรทุกสินค้า และได้ตัดแหลม Peloponnese ออกจากแผ่นดินกรีซ ปัจจุบันได้มีถนนและทางรถไฟเชื่อมระหว่างแหลมและแผ่นดินใหญ่แล้ว
|
Mycenae เมืองนี้มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานการตั้งรกรากของผู้คนกว่าสองพันปีก่อนคริสตกาลในยุคบรอนซ์ จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น เมืองนี้มีความเก่าแก่ยิ่งกว่าเอเธนส์หรือเมืองอื่นๆ คืออยู่ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล อาจกล่าวได้ว่าเมืองนี้เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1999 ร่องรอยอารยธรรมและความเจริญของไมซินีอาจจะสามารถติดตามได้จากมหากาพย์อิเลียด และโอดิสซี ของโฮเมอร์ นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรกรีกที่ทำสงครามกับเมืองทรอยจนเป็นเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของชาวทรอย (ปัจจุบันทรอยเป็นเพียงซากปรักหักพังอยู่ในประเทศตุรกี)
|
Olympia เป็นสถานที่แรกที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของโลก ซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปี เริ่มมีการแข่งขันตั้งแต่ปี 776 ก่อนคริสตกาลเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ. 393 เมืองต่าง ๆ จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน รางวัลสำหรับผู้ชนะก็คือช่อมะกอกไว้สวมศีรษะ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกี่ยรติยศสำหรับผู้ชนะ เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพซูส (Temple of Zeus) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ปัจจุบันคงเหลือไว้แต่ซาก
|
Meteora เป็นหมู่สำนักสงฆ์ลอยฟ้า ในสมัยก่อน พระในศาสนาคริสต์นิกายกรีกออโธดอกซ์ ได้สร้างสำนักสงฆ์ (monastery) ไว้หลายแห่งบนยอดเขาหินทรายที่สูงชันจากพื้นราบ พระสงฆ์เหล่านี้หนีการคุกคามของพวกเตอร์กที่นับถือศาสนาอิสลาม และกำลังแผ่ขยายอิทธิพลมายังคาบสมุทรกรีซ และพบว่าแท่งหินทรายสูงชันเหล่านี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งสำนักสงฆ์เพื่อสืบทอดศาสนาต่อไป ในราว 800-900 ปีก่อน เมื่อเริ่มสร้างมีสำนักสงฆ์ทั้งหมด 20 แห่งด้วยกัน แต่ปัจจุบันเหลือที่เปิดทำการจริงอยู่เพียง 6 แห่งเท่านั้น การขึ้นไปยังสำนักสงฆ์เหล่านี้ทำได้ยากลำบากมาก ต้องใช้เชือกหรือตาข่ายเพื่อใช้ในการปีนป่าย การส่งข้าวของเครื่องใช้และอาหารจะผ่านทางเชือกและตะกร้าเท่านั้น เพิ่งจะมีการสร้างบันไดทางขึ้นและสะพานเชื่อมเมื่อไม่ถึงร้อยกว่าปีมานี้เอง หมู่สำนักสงฆ์เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี พ.ศ.2531 เนื่องจากการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างศิลปะแบบไบแซนไทน์เข้ากับสภาพแวดล้อมที่งดงามทางธรรมชาติ
|
Santorini ซานโตรินี (Santorini) หรือ ธีรา (Thera) เป็นเมืองบนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน มีความสวยงามจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ใครมาประเทศกรีซแล้วเยือนเกาะแห่งนี้ และได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นเกาะอันดับ 2 ของโลกที่พวกเขาอยากมา สถานทีสำคัญเช่น ยอดเขาโพรฟิทิส อิเลียส(Profitis IIias) เป็นจุดชมความงดงามของเกาะซานโตรินี อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 567 เมตร บนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนไม่น่าพลาด นั่นก็คือ การไปชมพระอาทิตย์ตก ที่หมู่บ้านเอีย "Oia" หมู่บ้านที่อยู่ตอนเหนือสุดของเกาะที่นี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด เอีย เป็นศูนย์กลางการค้าที่เก่าแก่ มีคฤหาสน์หรูหรามากมายแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยของชาวเรือที่อาศัยอยู่ที่นี่ ลักษณะหมู่บ้านที่นี่ จะมีรูปทรงแปลกตาทาสีขาวที่สร้างเจาะเข้าไปในหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นอย่างมีศิลปะ มีทางเดินเล็กๆปูหินแกรนิต สองข้างทางเป็นร้านขายสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะงานศิลป์ มีแกลเลอรีมากมาย ส่วนการตกแต่งภายใน ก็นิยมแบบเรียบง่าย เห็นเพดานโค้งของบ้าน เพราะมักจะเป็นบ้านชั้นเดียว หรือบ้านหลายระดับที่สร้างลดหลั่นไปตามความลาดเอียงของหน้าผา สีจะเน้นสีขาวตัดด้วยหลังคาสีฟ้า ถือเป็นมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้
|
Mykonos เป็นเกาะที่มีความสวยงามและดึงดูดนักท่องเที่ยวรองจาก Santorini เอกลักษณ์ของเกาะนี้คือกังหันลมและความคึกคักของชาวเกย์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับมา 40 กว่าปีแล้วว่า เพศที่สามที่นี่จะได้รับความสำคัญเป็นอย่างดีอย่างออกนอกหน้า
"The Gay friendly destination, Mykonos Island, in Greece"
|
Rhodes Town เป็นเมืองที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เกาะ Rhodes นั้นประกอบไปด้วย ialysos, Kamiros และ Lindos ซึ่ง 408 ปีก่อนคริสตกาล ทั้ง 3 เมืองได้รวมเข้าด้วยกันและมีเมืองหลวงใหม่ที่ชื่อว่า Rhodes หลังจากนั้น Rhodes ก็เจริญมั่งคั่งโดยมีพันธมิตรที่สำคัญคือ Ptolemy Soter ที่ 1 แห่ง Egypt หลังจากนั้นกษัตริย์แห่ง Macedonia ก็พยายามที่จะเข้ายึด Rhodes เพื่อเป็นการตัดความสัมพันธ์ระหว่าง Rhodes กับ Egypt แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากทำสัญญาสงบศึกแล้วชาว Macedonia ก็ต้องถอยกลับไป และมอบอาวุธทั้งหมดให้กับ Rhodes เพื่อเป็นการประนีประนอม ชาว Rhodes ก็นำอาวุธเหล่านั้นไปขาย แล้วนำเงินมาก่อสร้างรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ "Helios" โดยผู้สร้างก็คือ Charles of Lindos ซึ่งเป็นนักแกะสลักชาว Rhodes โดยการก่อสร้างนี้ ผิวทั้งหมดทำด้วยทองแดงส่วนฐานทำด้วยหินอ่อน ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วรูปปั้นนี้มีความสูงถึง 33 m ด้วยกัน และรูปปั้นนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแกะสลักชาวฝรั่งเศสนามว่า Auguste Bartholdi ซึ่งเป็นผู้แกะสลักเทพีเสรีภาพนั่นเอง ปัจจุบันนี้ Helios คงเหลือไว้แต่เสา 2 ต้นเท่านั้นเอง
สิ้งที่ควรรู้ก่อนเที่ยวประเทศกรีซ
เนื่องจากว่าประเทศกรีซมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับเป็นพันปีตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช ดังนั้น ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศนี้ นักท่องเที่ยวจึงควรที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ก่อนอย่างคร่าวๆ เพื่อที่ว่าเวลาได้ไปสัมผัสสถาปัตยกรรมของแต่ละสถานที่นั้น จะได้เข้าใจศิลปะและที่มาที่ไปของแต่ละสถานที่อย่างลึกซึ้ง แล้วถ้ายิ่งได้อ่าน เทพนิยายกรีก-โรมัน ด้วยแล้ว จะยิ่งเที่ยวแบบเข้าถึงศิลปะอย่างแท้จริงทีเดียว เนื่องจากเมืองกรีกโดยเฉพาะกรุงเอเธนส์นั้น มีรูปปั้นเทพนิยายกรีกค่อนข้างมากทีเดียว
|
ยุคโบราณ
ในยุคสำริด 3,000-2,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคที่อารยธรรมชนเผ่าไซแคลดิกและไมซีแนเอียนกำลังมีอิทธิพลรุ่งเรืองอยู่ในกรีซ แต่พอถึงศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล อิทธิพลของวัฒนธรรมไซแคลดิกและไมซีแนเอียนก็ถึงกาลเสื่อมสลายลง เพราะถูกรุกรานโดยนักรบเผ่าดอเรียนที่รุกมาจากทางเหนือ อารยธรรมต่าง ๆ ในกรีซจึงเริ่มเข้าสู่ยุคมืด
ช่วงเวลา 800 ปีก่อนคริสตกาล เป็นช่วงเวลาที่อารยธรรมกรีซเฟื่องฟูขึ้นมาอีกครั้ง วัฒนธรรมและกิจการทหารของกรีซเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด เมืองเอเธนส์ลัสปาต้าเป็นศูนย์กลางของอำนาจมหาอาณาจักรกรีซ ประกอบด้วย อิตาลีทางตอนใต้อันเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ กรีซย่างก้าวเข้าสู่ยุคคลาสสิกหรือยุคทอง ในยุคนี้เองนักปราชญ์ชื่อ เพเรอคลิส ผู้ทำให้วิหารพาร์เธนอนเป็นที่รู้จักของชาวโลก โซโฟคลิสได้เขียนมหากาพย์อีดิปุสขึ้น และโสคราติสหรือซาเครอทิส ได้เริ่มการสอนลูกศิษย์ชาวเอเธนส์ให้รู้จักวิชาตรรกวิทยาและหลักการของประชาธิปไตย
ต่อมาไม่นานนักยุคทองของกรีซก็ถึงจุดเสื่อม แล้วกรีซก็เข้าสู่ยุคสงครามเปลโอปอนนีเซียน ซึ่งกองทหารอันเกรียงไกรของสปาร์ตาได้ยกกำลังเข้าบดขยี้ชาวเอเธนส์เสียจนย่อยยับ ในขณะที่สปาร์ตากำลังรุกรานกรีซอย่างย่ามใจทางตอนเหนือ พระเจ้าฟิลิปแห่งอาณาจักรมาซิโดเนียกำลังไล่ตีเมืองเล็กเมืองน้อยรุกคืบเข้ามาใกล้กรีซทุกที แต่ทว่าความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้พิชิตในภูมิภาคนี้ของพระเจ้าฟิลิปก็ถูกบดบังรัศมีโดยโอรสของพระองค์เองคือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้สามารถยาตราทัพไปถึงเอเชียไมเนอร์และอียิปต์ ซึ่งที่อียิปต์นี้เองพระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็นฟาโรห์ ผู้สร้างเมืองอเล็กซานเดรีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสามารถยกทัพไปถึงเปอร์เซียและดินแดนส่วนที่เป็นอินเดียและอัฟกานิสถานในปัจจุบัน
ในรัชสมัยของอาณาจักรมาซิโดเนียเรียกกันว่า ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic Period) เพราะยุคนี้มีการผสมผสานปรัชญาและวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองของชนชั้นปกครองจนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ศิวิไลซ์ยิ่งขึ้น หลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ เมื่อพระชนมายุ 33 ปีแล้ว มีกษัตริย์ปกครองกรีซสืบต่อมาอีก 3 รัชกาล
ครั้นถึงปีที่ 205 ก่อนคริสต์ศักราช อิทธิพลของโรมันแผ่ขยายเข้ารุกรานกรีซ และเมื่อถึงปี 146 ก่อนคริสตกาล กรีซกับมาซิโดเนียตกอยู่ใต้การปกครองของโรมัน หลังจากที่มีการแบ่งอาณาจักรโรมันเป็นอาณาจักรตะวันออกและตะวันตก กรีซได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไบแซนไทน์ และเมื่อเกิดสงครามครูเสดขึ้น อิทธิพลของอาณาจักรไบแซนไทน์ก็เสื่อมถอยเพราะถูกรุกรานโดยชาวเวนิส คาตาลัน เจนัว แฟรงก์ และนอร์มั
ยุคกลาง
ในปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ. 1453) กรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ถูกพวกเติร์กยึดครอง และเมื่อถึงปี พ.ศ. 2043 (ค.ศ. 1500) ดินแดนของกรีซทั้งหมดก็ตกอยู่ใต้อำนาจของเติร์ก ดินแดนที่เป็นกรีซในปัจจุบันแต่ก่อนเป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือของยุโรปตอนกลางและเป็นที่ชุนนุมนักปราชญ์กับศิลปินของโลก เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านกรีกที่มีประเพณีและวัฒนธรรมของกรีกออร์ทอดอกซ์ ในการทำสงครามเพื่อกู้เอกราชจากเติร์ก กรีซได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากนักคิด นักเขียน และนักปรัชญา เช่น ไบรอน แชลเลย์ และเกอเธ อย่างไรก็ตามการต่อสู้ที่ขาดเอกภาพของกรีซ ทำให้ฝรั่งเศส รัสเซีย และอังกฤษ ตัดสินใจเข้ามาแทรกแซง
หลังจากกรีซได้รับเอกราชแล้ว กลุ่มอำนาจในยุโรปมีความเห็นว่ากรีซควรมีการปกครองระบบกษัตริย์จึงได้จัดการให้กษัตริย์ออตโตแห่งบาวาเรีย เป็นกษัตริย์ปกครองกรีซในปี พ.ศ. 2376 (ค.ศ. 1833) หลังจากนั้นกรีซก็มีกษัตริย์ขึ้นครองราชย์อีกหลายพระองค์ด้วยกัน จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ 1 จึงได้รับพระราชทานกฎหมายรัฐธรรมนูญให้กรีซในปี พ.ศ. 2407 (ค.ศ. 1864) ทำให้กรีซมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
ยุคใหม่
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพกรีซอยู่ข้างฝ่ายสัมพันธมิตร และเข้ายึดครองเมืองเทรซ เมื่อสงครามโลกยุติ กรีซได้ส่งกองกำลังเข้าไปช่วยปลดปล่อยเมืองสเมอร์นาของตุรกี (ปัจจุบันคืออิซมีร์) ให้ได้รับอิสรภาพ เพราะเมืองนี้มีประชาชนชาวกรีกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กองกำลังกรีกถูกต่อต้านอย่างแข็งแกร่งจากกองทัพของอตาเติร์ก ซึ่งได้เข่นฆ่าชาวกรีกในเมืองนั้นเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก ผลของสงครามนี้ทำให้มีการตกลงแลกเปลี่ยนพลเมืองของ 2 ประเทศกัน
ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) ประชากรกรีกเพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีผู้อพยพชาวคริสเตียนมาอยู่ในกรีซมากถึง 1,300,000 คน ทำให้กรีซมีปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา คนเหล่านี้กระจายกันไปอยู่นอกเมือง ภายหลังมีการก่อตั้งสหภาพแรงงานต่าง ๆ ขึ้นในกลุ่มพวกอพยพที่อาศัยอยู่ตามหัวเมืองรอบนอก และในปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) พรรคคอมมิวนิสต์ในกรีซก็เติบโตและมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการสนับสนุนของประชาชนทั่วประเทศ
ปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) นายพลเมเตอซัส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาเป็นผู้ปกครองประเทศที่นิยมการปกครองแบบเผด็จการ ถึงแม้ว่าจะได้เห็นความเป็นไปในชะตากรรมของพวกนาซี แต่ตัวเขาเองกลับกระทำการต่าง ๆ ที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็นภาพจำลองของอาณาจักรไรน์ในกรีซ นายพลเมเตอซัสทำการต่อต้านไม่ยอมให้เยอรมนีกับอิตาลีเดินทัพผ่านกรีซ ถึงแม้ว่ากลุ่มสัมพันธมิตรจะเข้าช่วยกรีซ แต่กรีซก็ต้องตกเป็นของเยอรมนีในปี พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) เป็นผลให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงขึ้น มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ เป็นชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองนองเลือดขึ้นในกรีซ และยุติลงใน พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) โดยฝ่ายนิยมกษัตริย์อ้างชัยชนะ ในช่วงเวลานั้นอเมริกากำลังเคร่งครัดในลัทธิทรูแมน รัฐบาลอเมริกาในขณะนั้น มีนโยบายให้เงินก้อนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลที่ต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ แต่ความกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์จะครองเมืองทำให้คณะทหารของกรีซทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลเมื่อปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) กล่าวกันว่าการปฏิวัติในกรีซเป็นผลมาจากการแทรกแซงทางการเมืองของหน่วยงาน CIA ของสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาปฏิบัติการในทวีปยุโรปกลุ่มทหารที่ครองอำนาจในกรีซทำตนมีอำนาจเหนือราษฎรและทำการกดขี่ข่มเหงประชาชน ยิ่งกว่านั้นคณะนายพลของทหารกรีซได้ทำการวางแผนลอบสังหารผู้นำของไซปรัสในขณะนั้น เป็นผลให้ตุรกีฉวยโอกาสเข้ารุกเข้ายึดครองตอนเหนือของไซปรัส ทำให้เหตุการณ์นี้เป็นข้อบาดหมางระหว่างกรีซกับตุรกีมาจนถึงทุกวันนี้
ข้อควรทราบ
- ต้องมีวีซ่าก่อนเดินทาง ควรมีสำเนาเอกสารสำคัญติดตัวไว้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการไทย
- พึงสำรวมเมื่อเข้าสถานที่สำคัญทางศาสนา โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
- เก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
- ระวังคนล้วงกระเป๋า โดยเฉพาะย่านชุมชนและบนรถประจำทาง/รถไฟ/รถไฟใต้ดิน
- ระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาตีสนิท อย่าเชื่อคนง่าย
- อย่าปฏิเสธเครื่องดื่มหรืออาหารจากผู้ที่เราติดต่อด้วยเพื่อเป็นการต้อนรับ ที่นี่ถือว่าเป็นการดูถูกและไม่สุภาพ
- ควรแลกเงินเป็นเงินสกุลยูโร (แลกที่ไปรษณีย์จะได้อัตราีที่ดีกว่าแลกที่ธนาคาร) ร้านค้าใหญ่ ๆ จะรับบัตรเครดิต ส่วนร้านอาหารนิยมรับเงินสด
- เนื่องจากกรีซเป็นประเทศที่มีแดดจัดตลอดทั้งปี จึงควรเตรียมแว่นกันแดด หมวกและครีมทากันแดดไว้ให้พร้อม
- ระหว่างอยู่ในกรีซ ควรมีน้ำดื่มติดตัวเพราะกรีซมีอากาศแห้งกว่าประเทศไทยมาก
- ควรเตรียมยาประจำตัวไว้กรณีเจ็บป่วย
|