ประเทศกรีซ

กรีซ

ที่ตั้งและอาณาเขต กรีซตั้งอยู่ทางยุโรปตอนใต้ โดยอยู่ทางตอนใต้ของแหลมบอลข่าน และทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- ทิศเหนือจรดแอลเบเนีย ยูโกสลาเวีย และบัลแกเรีย
- ทิศตะวันออกจรดตุรกี และทะเลอีเจียน
- ทิศใต้จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- ทิศตะวันตกจรดทะเลไอโอเนียน

พื้นที่
132,000 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 50,961 ตารางไมล์) เป็นหมู่เกาะ 3,000 เกาะ
ภูมิอากาศ อุณหภูมิโดยเฉลี่ย เม.ย.-มิ.ย. 14-22 องศาเซลเซียส ก.ค.-ต.ค. 20-35 องศาเซลเซียส (และอาจสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส) พ.ย.-มี.ค. อุณหภูมิจะต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และอาจติดลบ
ประชากร 11.2 ล้านคน (2550)
ภาษา ภาษากรีก (ภาษาราชการ) และอื่นๆ (อังกฤษ และฝรั่งเศส)
ศาสนา คริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์ (ร้อยละ 98) อิสลาม (ร้อยละ 1.3) และอื่นๆ (ร้อยละ 0.7)
เมืองหลวง กรุงเอเธนส์ (Athens)

เมืองสำคัญ
1. เทสซาโลนิกิ (Thessaloniki) เป็นเมืองท่าและเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับสอง อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ
2. พาทราส (Patras) เป็นเมืองใหญ่อันดับสามและเมืองท่าทางตะวันตกของประเทศ
3. พิเรอุส (Piraus) เป็นเมืองท่าสำคัญ
นอกจากนั้นยังมีเมือง ลาริสสา (Larissa) อิราคลิออน (Iraklion)
สกุลเงิน ยูโร (Euro – EUR)
วันชาติ 25 มีนาคม

หมายเหตุ :
สาธารณรัฐเฮลเลนิก เป็นชื่ออย่างเป็นทางการที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ และใช้มาตั้งแต่ปี 2372 ซึ่งเป็นปีที่กรีซได้รับเอกราชจากจักรวรรดิออตโตมัน มีที่มาจากเทพธิดากรีซ "นางเฮเลน" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากเทพนิยายสงครามกรุงทรอย ดั้งเดิมเป็นชื่อที่ใช้เรียกประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง Hellas ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นตามชื่อของนางเฮเลน และต่อมาได้ขยายใช้เรียกประชากรเป็นการทั่วไป และในภาษากรีกปัจจุบัน เรียกประเทศของตนเองว่า Ellas (มาจากคำว่า Hellas) ในสมัยโบราณดินแดนที่เป็นประเทศกรีซ ถูกแบ่งออกเป็นหลายชนเผ่า ชื่อที่รู้จักเป็นการทั่วไปในปัจจุบันว่า ประเทศ Greece ในภาษาอังกฤษ มาจากคำภาษาลาตินว่า Graecia ซึ่งเป็นชื่อที่ดั้งเดิมใช้เรียกดินแดนที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรีซในปัจจุบัน และเรียกชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในดินแดน

ร้านค้า
ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดทำการวันจันทร์ พุธ เสาร์ 09.00-15.00 น.วันอังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ 09.00-13.30 น.และ 17.00-20.00น. ปิดวันอาทิตย์ ซุปเปอร์มาเก็ต เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ 08.00-21.00 น. เสาร์ 08.00-18.00 น. กิจการส่วนใหญ่จะปิดทำการในช่วงเดือนสิงหาคมทั้งเดือน

การคมนาคม
การคมนาคม ค่อนข้างสะดวกสบาย การท่องเที่ยวภายในตัวเมืองใช้รถประจำทางจะสะดวกสบายที่สุด เนื่องจากมีรถสายต่างๆที่จะพานักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายด้วยราคาที่ถูก ส่วนเรือเฟอร์รี่ก็มีไว้ให้บริการสำหรับการข้ามเกาะต่างๆ นอกจากนี้ยังมีรถแท๊กซี่ รถไฟ และเครื่องบินสำหรับบินภายในประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว
Athens กรุงเอเธนส์ ชื่อนี้มาจากชื่อของเทพเจ้า Athena เทพเจ้าแห่งความรู้และปัญญา จากเทพนิยายกรีก จุดมุ่งหมายของผู้ที่มาเยือนกรุงเอเธนส์ คือ Acropolis
ซึ่งประกอบด้วยโบราณสถานอายุกว่า 2,500 ปี คำว่า "Acropolis" มีความหมายแปลตามตัวเป็นภาษากรีกว่า "นครบนที่สูง" ทั่วทั้งอาณาจักรกรีกและโรมัน จะพบเห็นโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันตนเอง ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ และที่โด่งดังที่สุดในบรรดานครบนที่สูงแห่งนี้ คือ อโครโปลิสแห่งเอเธนส์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามของ "The Acropolis" เนื่องจากประวัติศาสตร์อันยาวนานยิ่งใหญ่และอาคารที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่โดยรอบ อาทิ เช่น วิหารพาธีนอน มีหลักฐานปรากฏอยู่ว่า อโครโปลิส เป็นป้อมปราการ เป็นที่หลบภัยอย่างเป็นทางการของนครเอเธนส์ และในยุคสมัยที่ตามมา วิหารและอนุสาวรีย์ต่างๆได้รับสร้างขึ้นมา เพื่อยกย่องชัยชนะในสงครามและมีการจัดงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ในปี 480 ก่อนคริสตกาล อโครโปลิสถูกปกครองและยึดครองโดยชาวเปอร์เซีย และถึงแม้ว่าเมืองเอเธนส์ และชาวกรีกอื่นๆจะสามารถขับไล่พวกเปอร์เซียออกไปได้ในที่สุด แต่อโครโปลิสก็เหลือเพียงซากปรักหักพัง ในช่วงกลางศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล "เพอริเคลส" รัฐบุรุษชาวนครเอเธนส์ เรียกร้องให้ผู้บริหารของเมืองสร้างวิหารอโครโปลิสขึ้นใหม่ ที่โด่งดังที่สุดที่ยังคงพบเห็นได้จนถึงทุกวันนี้คือ วิหารพาธีนอน อีเร็ดเธียออน โปรยลาเอ และวิหารแห่งอาธีน่า ไนกี้

Delphi ตั้งอยู่บนไหล่เขาพาร์นาสซัส (Parnassus) มีภูมิประเทศที่สวยงามมาก ในอดีตเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นศูนย์กลางโลกหรือสะดือของโลก (navel of the earth) ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เมืองนี้ในอดีตเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพอพอลโล ซึ่งเป็นสุริยเทพตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ ปัจจุบันวิหารเทพอพอลโลผุพังจนเหลือแต่ซาก ส่วนสัญลักษณ์ของเมืองเดลฟีจะเป็นวิหารกลมที่เรียกว่า Tholos ซึ่งเป็นวิหารของเทพอะธีนา (ใครเคยดูหนังเรื่อง Stargate ที่ฉายทางเคเบิ้ลทีวี จะเห็นจุดนี้เป็นประตูเชื่อมต่อไปยังจักรวาลระบบอื่น ๆ)


Corinth เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่บนที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ เนินเขาอะโครคอรินท์ เมืองนี้เคยถูกทำลายมาหลายครั้งจากแผ่นดินไหว และยังเคยถูกพวกโรมันทำลายเมื่อ 146 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยของจูเลียส ซีซาร์ เมืองนี้ได้รับการพัฒนาอีกครั้งโดยจักรวรรดิโรมัน ทำให้เมืองนี้มีความมั่นคงและก้าวเข้าสู่อำนาจอย่างรวดเร็ว สถานที่สำคัญของเมืองนี้คือ มหาวิหารเทพอะพอลโล ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเสา 7 ต้นเท่านั้น
จุดท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งคือ คลองคอรินท์ เป็นคลองที่มีขนาดใหญ่ สูงถึง 78 เมตร กว้าง 24 เมตร และมีความยาวถึง 6.343 กิโลเมตร คลองนี้ขุดขึ้นเพื่อเป็นทางผ่านของเรือบรรทุกสินค้า และได้ตัดแหลม Peloponnese ออกจากแผ่นดินกรีซ ปัจจุบันได้มีถนนและทางรถไฟเชื่อมระหว่างแหลมและแผ่นดินใหญ่แล้ว

Mycenae เมืองนี้มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานการตั้งรกรากของผู้คนกว่าสองพันปีก่อนคริสตกาลในยุคบรอนซ์ จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น เมืองนี้มีความเก่าแก่ยิ่งกว่าเอเธนส์หรือเมืองอื่นๆ คืออยู่ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 12 ก่อนคริสตกาล อาจกล่าวได้ว่าเมืองนี้เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1999 ร่องรอยอารยธรรมและความเจริญของไมซินีอาจจะสามารถติดตามได้จากมหากาพย์อิเลียด และโอดิสซี ของโฮเมอร์ นอกจากนี้ เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรกรีกที่ทำสงครามกับเมืองทรอยจนเป็นเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ ที่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของชาวทรอย (ปัจจุบันทรอยเป็นเพียงซากปรักหักพังอยู่ในประเทศตุรกี)

Olympia เป็นสถานที่แรกที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของโลก ซึ่งจัดขึ้นทุก 4 ปี เริ่มมีการแข่งขันตั้งแต่ปี 776 ก่อนคริสตกาลเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ. 393 เมืองต่าง ๆ จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน รางวัลสำหรับผู้ชนะก็คือช่อมะกอกไว้สวมศีรษะ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งเกี่ยรติยศสำหรับผู้ชนะ เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งเทพซูส (Temple of Zeus) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ปัจจุบันคงเหลือไว้แต่ซาก

Meteora เป็นหมู่สำนักสงฆ์ลอยฟ้า ในสมัยก่อน พระในศาสนาคริสต์นิกายกรีกออโธดอกซ์ ได้สร้างสำนักสงฆ์ (monastery) ไว้หลายแห่งบนยอดเขาหินทรายที่สูงชันจากพื้นราบ พระสงฆ์เหล่านี้หนีการคุกคามของพวกเตอร์กที่นับถือศาสนาอิสลาม และกำลังแผ่ขยายอิทธิพลมายังคาบสมุทรกรีซ และพบว่าแท่งหินทรายสูงชันเหล่านี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งสำนักสงฆ์เพื่อสืบทอดศาสนาต่อไป ในราว 800-900 ปีก่อน เมื่อเริ่มสร้างมีสำนักสงฆ์ทั้งหมด 20 แห่งด้วยกัน แต่ปัจจุบันเหลือที่เปิดทำการจริงอยู่เพียง 6 แห่งเท่านั้น การขึ้นไปยังสำนักสงฆ์เหล่านี้ทำได้ยากลำบากมาก ต้องใช้เชือกหรือตาข่ายเพื่อใช้ในการปีนป่าย การส่งข้าวของเครื่องใช้และอาหารจะผ่านทางเชือกและตะกร้าเท่านั้น เพิ่งจะมีการสร้างบันไดทางขึ้นและสะพานเชื่อมเมื่อไม่ถึงร้อยกว่าปีมานี้เอง หมู่สำนักสงฆ์เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี พ.ศ.2531 เนื่องจากการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างศิลปะแบบไบแซนไทน์เข้ากับสภาพแวดล้อมที่งดงามทางธรรมชาติ

Santorini ซานโตรินี (Santorini) หรือ ธีรา (Thera) เป็นเมืองบนเกาะตอนใต้ของทะเลอีเจียน มีความสวยงามจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ใครมาประเทศกรีซแล้วเยือนเกาะแห่งนี้ และได้รับการโหวตจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นเกาะอันดับ 2 ของโลกที่พวกเขาอยากมา สถานทีสำคัญเช่น ยอดเขาโพรฟิทิส อิเลียส(Profitis IIias) เป็นจุดชมความงดงามของเกาะซานโตรินี อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 567 เมตร บนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนไม่น่าพลาด นั่นก็คือ การไปชมพระอาทิตย์ตก ที่หมู่บ้านเอีย "Oia" หมู่บ้านที่อยู่ตอนเหนือสุดของเกาะที่นี่ ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด เอีย เป็นศูนย์กลางการค้าที่เก่าแก่ มีคฤหาสน์หรูหรามากมายแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยของชาวเรือที่อาศัยอยู่ที่นี่ ลักษณะหมู่บ้านที่นี่ จะมีรูปทรงแปลกตาทาสีขาวที่สร้างเจาะเข้าไปในหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นอย่างมีศิลปะ มีทางเดินเล็กๆปูหินแกรนิต สองข้างทางเป็นร้านขายสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะงานศิลป์ มีแกลเลอรีมากมาย ส่วนการตกแต่งภายใน ก็นิยมแบบเรียบง่าย เห็นเพดานโค้งของบ้าน เพราะมักจะเป็นบ้านชั้นเดียว หรือบ้านหลายระดับที่สร้างลดหลั่นไปตามความลาดเอียงของหน้าผา สีจะเน้นสีขาวตัดด้วยหลังคาสีฟ้า ถือเป็นมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้

Mykonos เป็นเกาะที่มีความสวยงามและดึงดูดนักท่องเที่ยวรองจาก Santorini เอกลักษณ์ของเกาะนี้คือกังหันลมและความคึกคักของชาวเกย์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับมา 40 กว่าปีแล้วว่า เพศที่สามที่นี่จะได้รับความสำคัญเป็นอย่างดีอย่างออกนอกหน้า
"The Gay friendly destination, Mykonos Island, in Greece"

Rhodes Town เป็นเมืองที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว เกาะ Rhodes นั้นประกอบไปด้วย ialysos, Kamiros และ Lindos ซึ่ง 408 ปีก่อนคริสตกาล ทั้ง 3 เมืองได้รวมเข้าด้วยกันและมีเมืองหลวงใหม่ที่ชื่อว่า Rhodes หลังจากนั้น Rhodes ก็เจริญมั่งคั่งโดยมีพันธมิตรที่สำคัญคือ Ptolemy Soter ที่ 1 แห่ง Egypt หลังจากนั้นกษัตริย์แห่ง Macedonia ก็พยายามที่จะเข้ายึด Rhodes เพื่อเป็นการตัดความสัมพันธ์ระหว่าง Rhodes กับ Egypt แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากทำสัญญาสงบศึกแล้วชาว Macedonia ก็ต้องถอยกลับไป และมอบอาวุธทั้งหมดให้กับ Rhodes เพื่อเป็นการประนีประนอม ชาว Rhodes ก็นำอาวุธเหล่านั้นไปขาย แล้วนำเงินมาก่อสร้างรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ "Helios" โดยผู้สร้างก็คือ Charles of Lindos ซึ่งเป็นนักแกะสลักชาว Rhodes โดยการก่อสร้างนี้ ผิวทั้งหมดทำด้วยทองแดงส่วนฐานทำด้วยหินอ่อน ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วรูปปั้นนี้มีความสูงถึง 33 m ด้วยกัน และรูปปั้นนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักแกะสลักชาวฝรั่งเศสนามว่า Auguste Bartholdi ซึ่งเป็นผู้แกะสลักเทพีเสรีภาพนั่นเอง ปัจจุบันนี้ Helios คงเหลือไว้แต่เสา 2 ต้นเท่านั้นเอง

สิ้งที่ควรรู้ก่อนเที่ยวประเทศกรีซ
เนื่องจากว่าประเทศกรีซมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับเป็นพันปีตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช ดังนั้น ก่อนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศนี้ นักท่องเที่ยวจึงควรที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ก่อนอย่างคร่าวๆ เพื่อที่ว่าเวลาได้ไปสัมผัสสถาปัตยกรรมของแต่ละสถานที่นั้น จะได้เข้าใจศิลปะและที่มาที่ไปของแต่ละสถานที่อย่างลึกซึ้ง แล้วถ้ายิ่งได้อ่าน เทพนิยายกรีก-โรมัน ด้วยแล้ว จะยิ่งเที่ยวแบบเข้าถึงศิลปะอย่างแท้จริงทีเดียว เนื่องจากเมืองกรีกโดยเฉพาะกรุงเอเธนส์นั้น มีรูปปั้นเทพนิยายกรีกค่อนข้างมากทีเดียว
|
ยุคโบราณ
ในยุคสำริด 3,000-2,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เป็นยุคที่อารยธรรมชนเผ่าไซแคลดิกและไมซีแนเอียนกำลังมีอิทธิพลรุ่งเรืองอยู่ในกรีซ แต่พอถึงศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล อิทธิพลของวัฒนธรรมไซแคลดิกและไมซีแนเอียนก็ถึงกาลเสื่อมสลายลง เพราะถูกรุกรานโดยนักรบเผ่าดอเรียนที่รุกมาจากทางเหนือ อารยธรรมต่าง ๆ ในกรีซจึงเริ่มเข้าสู่ยุคมืด
ช่วงเวลา 800 ปีก่อนคริสตกาล เป็นช่วงเวลาที่อารยธรรมกรีซเฟื่องฟูขึ้นมาอีกครั้ง วัฒนธรรมและกิจการทหารของกรีซเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด เมืองเอเธนส์ลัสปาต้าเป็นศูนย์กลางของอำนาจมหาอาณาจักรกรีซ ประกอบด้วย อิตาลีทางตอนใต้อันเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ กรีซย่างก้าวเข้าสู่ยุคคลาสสิกหรือยุคทอง ในยุคนี้เองนักปราชญ์ชื่อ เพเรอคลิส ผู้ทำให้วิหารพาร์เธนอนเป็นที่รู้จักของชาวโลก โซโฟคลิสได้เขียนมหากาพย์อีดิปุสขึ้น และโสคราติสหรือซาเครอทิส ได้เริ่มการสอนลูกศิษย์ชาวเอเธนส์ให้รู้จักวิชาตรรกวิทยาและหลักการของประชาธิปไตย
ต่อมาไม่นานนักยุคทองของกรีซก็ถึงจุดเสื่อม แล้วกรีซก็เข้าสู่ยุคสงครามเปลโอปอนนีเซียน ซึ่งกองทหารอันเกรียงไกรของสปาร์ตาได้ยกกำลังเข้าบดขยี้ชาวเอเธนส์เสียจนย่อยยับ ในขณะที่สปาร์ตากำลังรุกรานกรีซอย่างย่ามใจทางตอนเหนือ พระเจ้าฟิลิปแห่งอาณาจักรมาซิโดเนียกำลังไล่ตีเมืองเล็กเมืองน้อยรุกคืบเข้ามาใกล้กรีซทุกที แต่ทว่าความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้พิชิตในภูมิภาคนี้ของพระเจ้าฟิลิปก็ถูกบดบังรัศมีโดยโอรสของพระองค์เองคือ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้สามารถยาตราทัพไปถึงเอเชียไมเนอร์และอียิปต์ ซึ่งที่อียิปต์นี้เองพระองค์ได้รับการยกย่องให้เป็นฟาโรห์ ผู้สร้างเมืองอเล็กซานเดรีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสามารถยกทัพไปถึงเปอร์เซียและดินแดนส่วนที่เป็นอินเดียและอัฟกานิสถานในปัจจุบัน
ในรัชสมัยของอาณาจักรมาซิโดเนียเรียกกันว่า ยุคเฮลเลนิสติก (Hellenistic Period) เพราะยุคนี้มีการผสมผสานปรัชญาและวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองของชนชั้นปกครองจนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบใหม่ที่ศิวิไลซ์ยิ่งขึ้น หลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ เมื่อพระชนมายุ 33 ปีแล้ว มีกษัตริย์ปกครองกรีซสืบต่อมาอีก 3 รัชกาล
ครั้นถึงปีที่ 205 ก่อนคริสต์ศักราช อิทธิพลของโรมันแผ่ขยายเข้ารุกรานกรีซ และเมื่อถึงปี 146 ก่อนคริสตกาล กรีซกับมาซิโดเนียตกอยู่ใต้การปกครองของโรมัน หลังจากที่มีการแบ่งอาณาจักรโรมันเป็นอาณาจักรตะวันออกและตะวันตก กรีซได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไบแซนไทน์ และเมื่อเกิดสงครามครูเสดขึ้น อิทธิพลของอาณาจักรไบแซนไทน์ก็เสื่อมถอยเพราะถูกรุกรานโดยชาวเวนิส คาตาลัน เจนัว แฟรงก์ และนอร์มั

ยุคกลาง
ในปี พ.ศ. 1996 (ค.ศ. 1453) กรุงคอนสแตนติโนเปิล เมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ถูกพวกเติร์กยึดครอง และเมื่อถึงปี พ.ศ. 2043 (ค.ศ. 1500) ดินแดนของกรีซทั้งหมดก็ตกอยู่ใต้อำนาจของเติร์ก ดินแดนที่เป็นกรีซในปัจจุบันแต่ก่อนเป็นศูนย์กลางการค้าทางเรือของยุโรปตอนกลางและเป็นที่ชุนนุมนักปราชญ์กับศิลปินของโลก เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านกรีกที่มีประเพณีและวัฒนธรรมของกรีกออร์ทอดอกซ์ ในการทำสงครามเพื่อกู้เอกราชจากเติร์ก กรีซได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากนักคิด นักเขียน และนักปรัชญา เช่น ไบรอน แชลเลย์ และเกอเธ อย่างไรก็ตามการต่อสู้ที่ขาดเอกภาพของกรีซ ทำให้ฝรั่งเศส รัสเซีย และอังกฤษ ตัดสินใจเข้ามาแทรกแซง
หลังจากกรีซได้รับเอกราชแล้ว กลุ่มอำนาจในยุโรปมีความเห็นว่ากรีซควรมีการปกครองระบบกษัตริย์จึงได้จัดการให้กษัตริย์ออตโตแห่งบาวาเรีย เป็นกษัตริย์ปกครองกรีซในปี พ.ศ. 2376 (ค.ศ. 1833) หลังจากนั้นกรีซก็มีกษัตริย์ขึ้นครองราชย์อีกหลายพระองค์ด้วยกัน จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระเจ้าจอร์จที่ 1 จึงได้รับพระราชทานกฎหมายรัฐธรรมนูญให้กรีซในปี พ.ศ. 2407 (ค.ศ. 1864) ทำให้กรีซมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

ยุคใหม่
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพกรีซอยู่ข้างฝ่ายสัมพันธมิตร และเข้ายึดครองเมืองเทรซ เมื่อสงครามโลกยุติ กรีซได้ส่งกองกำลังเข้าไปช่วยปลดปล่อยเมืองสเมอร์นาของตุรกี (ปัจจุบันคืออิซมีร์) ให้ได้รับอิสรภาพ เพราะเมืองนี้มีประชาชนชาวกรีกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กองกำลังกรีกถูกต่อต้านอย่างแข็งแกร่งจากกองทัพของอตาเติร์ก ซึ่งได้เข่นฆ่าชาวกรีกในเมืองนั้นเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก ผลของสงครามนี้ทำให้มีการตกลงแลกเปลี่ยนพลเมืองของ 2 ประเทศกัน
ในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) ประชากรกรีกเพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีผู้อพยพชาวคริสเตียนมาอยู่ในกรีซมากถึง 1,300,000 คน ทำให้กรีซมีปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา คนเหล่านี้กระจายกันไปอยู่นอกเมือง ภายหลังมีการก่อตั้งสหภาพแรงงานต่าง ๆ ขึ้นในกลุ่มพวกอพยพที่อาศัยอยู่ตามหัวเมืองรอบนอก และในปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) พรรคคอมมิวนิสต์ในกรีซก็เติบโตและมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการสนับสนุนของประชาชนทั่วประเทศ
ปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) นายพลเมเตอซัส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาเป็นผู้ปกครองประเทศที่นิยมการปกครองแบบเผด็จการ ถึงแม้ว่าจะได้เห็นความเป็นไปในชะตากรรมของพวกนาซี แต่ตัวเขาเองกลับกระทำการต่าง ๆ ที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็นภาพจำลองของอาณาจักรไรน์ในกรีซ นายพลเมเตอซัสทำการต่อต้านไม่ยอมให้เยอรมนีกับอิตาลีเดินทัพผ่านกรีซ ถึงแม้ว่ากลุ่มสัมพันธมิตรจะเข้าช่วยกรีซ แต่กรีซก็ต้องตกเป็นของเยอรมนีในปี พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941) เป็นผลให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงขึ้น มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์และฝ่ายสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ เป็นชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองนองเลือดขึ้นในกรีซ และยุติลงใน พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) โดยฝ่ายนิยมกษัตริย์อ้างชัยชนะ ในช่วงเวลานั้นอเมริกากำลังเคร่งครัดในลัทธิทรูแมน รัฐบาลอเมริกาในขณะนั้น มีนโยบายให้เงินก้อนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลที่ต่อต้านระบบคอมมิวนิสต์ แต่ความกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์จะครองเมืองทำให้คณะทหารของกรีซทำการปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลเมื่อปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) กล่าวกันว่าการปฏิวัติในกรีซเป็นผลมาจากการแทรกแซงทางการเมืองของหน่วยงาน CIA ของสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาปฏิบัติการในทวีปยุโรปกลุ่มทหารที่ครองอำนาจในกรีซทำตนมีอำนาจเหนือราษฎรและทำการกดขี่ข่มเหงประชาชน ยิ่งกว่านั้นคณะนายพลของทหารกรีซได้ทำการวางแผนลอบสังหารผู้นำของไซปรัสในขณะนั้น เป็นผลให้ตุรกีฉวยโอกาสเข้ารุกเข้ายึดครองตอนเหนือของไซปรัส ทำให้เหตุการณ์นี้เป็นข้อบาดหมางระหว่างกรีซกับตุรกีมาจนถึงทุกวันนี้

ข้อควรทราบ
- ต้องมีวีซ่าก่อนเดินทาง ควรมีสำเนาเอกสารสำคัญติดตัวไว้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องติดต่อกับหน่วยงานราชการไทย
- พึงสำรวมเมื่อเข้าสถานที่สำคัญทางศาสนา โบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
- เก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย
- ระวังคนล้วงกระเป๋า โดยเฉพาะย่านชุมชนและบนรถประจำทาง/รถไฟ/รถไฟใต้ดิน
- ระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาตีสนิท อย่าเชื่อคนง่าย
- อย่าปฏิเสธเครื่องดื่มหรืออาหารจากผู้ที่เราติดต่อด้วยเพื่อเป็นการต้อนรับ ที่นี่ถือว่าเป็นการดูถูกและไม่สุภาพ
- ควรแลกเงินเป็นเงินสกุลยูโร (แลกที่ไปรษณีย์จะได้อัตราีที่ดีกว่าแลกที่ธนาคาร) ร้านค้าใหญ่ ๆ จะรับบัตรเครดิต ส่วนร้านอาหารนิยมรับเงินสด
- เนื่องจากกรีซเป็นประเทศที่มีแดดจัดตลอดทั้งปี จึงควรเตรียมแว่นกันแดด หมวกและครีมทากันแดดไว้ให้พร้อม
- ระหว่างอยู่ในกรีซ ควรมีน้ำดื่มติดตัวเพราะกรีซมีอากาศแห้งกว่าประเทศไทยมาก
- ควรเตรียมยาประจำตัวไว้กรณีเจ็บป่วย