ประเทศเยอรมัน

เยอรมนี

ประเทศเยอรมนี หรือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมัน: Bundesrepublik Deutschland) เป็นประเทศในทวีปยุโรป พรมแดนทางทิศเหนือติดทะเลเหนือ เดนมาร์ก และทะเลบอลติก ทิศตะวันออกติดโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก ทิศใต้ติดออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ทิศตะวันตกติดฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ มีเมืองหลวงคือเบอร์ลิน
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเยอรมนีได้ถูกแบ่งเป็นสองส่วน เป็นประเทศเยอรมนีตะวันตกและประเทศเยอรมนีตะวันออก ก่อนจะกลับมารวมประเทศกันอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2533
ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ ของเยอรมนีเริ่มต้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมัน ซึ่งช่วงนั้นยังเป็นแคว้นหนึ่งของโรมัน ต่อมาได้แยกตัวเป็นจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire) และจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "เยอรมนี" โดยพระเจ้าไกเซอร์แห่งปรัสเซีย จึงใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบัน    


การเมืองการปกครอง
เยอรมนีปกครองในรูปแบบสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ระบบการปกครองของเยอรมนีมีพื้นฐานจากเอกสารรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2492 ซึ่งเรียกว่า Grundgesetz (กฎหมายหลัก) การเรียกกฎหมายนี้ว่า Grundgesetz แทนที่จะเป็น Verfassung (รัฐธรรมนูญ) เป็นความตั้งใจที่ว่าจะถูกแทนที่โดยรัฐธรรมนูญเมื่อเยอรมนีได้รวมเป็นรัฐเดียว การแก้ไขกฎหมายหลักจะต้องใช้เสียงมากกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งสองสภา มาตราที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพื้นฐาน การแยกอำนาจ โครงสร้างสหพันธ์ และสิทธิในการต่อต้านความพยายามล้มล้างรัฐธรรมนูญนั้นคงอยู่ตลอดกาล ไม่สามารถแก้ไขได้ ชื่อ Grundgesetz ยังคงใช้หลังการรวมประเทศเยอรมนี

ตำแหน่งมุขมนตรี (Bundeskanzler) เป็นตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร เทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภาอื่นๆ มุขมนตรีคนปัจจุบันคืออังเกลา แมร์เคิล อำนาจนิติบัญญัติเป็นของรัฐสภาซึ่งประกอบไปด้วย Bundestag ซึ่งเป็นสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และ Bundesrat เป็นสภาตัวแทนรัฐสิบหกรัฐของสหพันธ์
ตำแหน่งประธานาธิบดี (Bundespräsident) เป็นตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ได้รับเลือกจากที่ประชุมสหพันธ์ (Bundesversammlung) ซึ่งประกอบสมาชิกของ Bundestag และตัวแทนของแต่รัฐต่างๆ ในจำนวนเท่ากัน ประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสหพันธ์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือฮอร์สท เคอแลร์
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 ระบบพรรคการเมืองของเยอรมนีมีเพียงสองพรรคการเมืองหลักคือสหภาพคริสเตียนเดโมแครต และพรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี โดยจนถึงปัจจุบันมุขมนตรีมาจากเพียงสองพรรคนี้ อย่างไรก็ตาม ก็มีพรรคที่เล็กกว่าซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างพรรคประชาธิปไตยเสรีและกลุ่มพันธมิตร 90/กรีน ซึ่งมักเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในรัฐบาลผสม


การแบ่งเขตการปกครอง
เยอรมนีแบ่งการปกครองในระบบสหพันธรัฐ มีทั้งหมด 16 รัฐ โดยแต่ละรัฐ (หรือในภาษาท้องถิ่น Bundesland) จะมีรัฐบาลท้องถิ่นเป็นของตัวเอง
รัฐ

เมืองเอก

พื้นที่ (ตร. กิโลเมตร)

ประชากร

1. บาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก

Baden-Württemberg สตุทท์การ์ท (Stuttgart)

35,752

10,717,000

2. บาเยิร์น (บาวาเรีย)

เยอรมัน :Bayern

70,549

12,444,000

3. เบอร์ลิน (นครรัฐ)


Berlin เบอร์ลิน

 892

 3,400,000

4. บรันเดนบูร์ก Brandenburg

 พอทสดัม (Potsdam)

29,477

2,568,000

5. เบรเมน (นครรัฐ)

Bremen เบรเมน

404

663,000

6. ฮัมบูร์ก (นครรัฐ)

Hamburg ฮัมบูร์ก

 755

1,735,000

7. เฮสส์

ไวส์บาเดิน (Wiesbaden)

21,115

6,098,000

8. เมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น

ชเวริน (Schwerin)

23,174

1,720,000

9. นีเดอร์ซัคเซ่น

ฮันโนเวอร์

47,618

8,001,000

10. นอร์ดไรน์-เวสต์ฟาเลน

ดึสเซิลดอร์ฟ (Düsseldorf)

34,043

18,075,000

11. ไรน์ลันด์-พฟาลซ์

ไมนซ์ (Mainz)

19,847

4,061,000

12. ซาร์ลันด์ Saarland

ซาร์บรืกเคิน (Saarbrücken)

2,569

1,056,000

13. ซัคเซ่น (แซกโซนี)

เดรสเดิน (Dresden)

18,416

4,296,000

14. ซัคเซ่น-อันฮัลต์

มักเดบูร์ก (Magdeburg)

20,445

2,494,000

15. ชเลสวิก-โฮลชไตน์ Schleswig-Holstein

คีล (Kiel)

15,763

2,829,000

16. ทูริงเง่น

แอร์ฟูร์ท (Erfurt)

16,172

2,355,000

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
     ประเทศเยอรมนีกับประเทศฝรั่งเศส มีบทบาทเป็นผู้นำของสหภาพยุโรป และกำลังมุ่งหน้าสู่การรวมการเมืองการปกครองของแต่ละประเทศสมาชิก มาขึ้นกับสหภาพยุโรปมากขึ้น
หลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการทหารของประเทศอื่นมากนัก พฤติกรรมนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงใน พ.ศ. 2542 เมื่อเยอรมนีตัดสินใจส่งทหารเข้าร่วมสงครามโคโซโว เยอรมนีและฝรั่งเศสยังเป็นประเทศหลักที่คัดค้านการรุกรานประเทศอิรักของสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2546
ปัจจุบัน เยอรมนีกำลังพยายามเข้าเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เช่นเดียวกับ ญี่ปุ่น อินเดีย และบราซิล

เศรษฐกิจ

     ประเทศเยอรมนีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็นอันดับสามของโลกถัดจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เยอรมนียังเป็นประเทศที่มีการส่งออกเป็นอันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน ปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญคืออัต

ภูมิอากาศ
ประเทศเยอรมนีมีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป นั่นคือ อากาศอาจจะร้อนจัดในฤดูร้อน และเย็นเฉียบในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามแม้ในฤดูกาลเดียวกันก็มีความแตกต่างของอุณหภูมิและความชื้นในภาคต่างๆอยู่บ้าง ทางตอนเหนือในแถบที่ติดทะเลอากาศจะอบอุ่นกว่าทางใต้ในฤดูหนาว และในฤดูร้อนอากาศก็จะไม่ร้อนจัดจนเกินไป
อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวแถบตอนเหนือและตอนกลางของประเทศอาจจะแตกต่างกันระหว่าง -1๐ จนถึง 2.5๐ เซลเซียส ในขณะที่ในแถบภูเขาหรือทางตอนใต้ความแตกต่างอาจจะอยู่ระหว่าง -10๐ จนถึง -15๐ เซลเซียล เดือนที่ร้อนที่สุดคือ เดือนกรกฎาคมซึ่งอุณหภูมิอาจจะสูงถึง 35๐ เซลเซียล
ประเทศเยอรมนีมี 4 ฤดูกาลคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ฤดูร้อน(มิถุนายน-สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง(กันยายน-พฤศจิกายน)และฤดูหนาว(ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูร้อนเป็นฤดูที่มีฝนตกน้อยที่สุด
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางในประเทศเยอรมนีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และรสนิยมของนักท่องเที่ยวแต่ละคน ฤดูใบไม้ผลิคือฤดูดอกไม้บานโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามท้องทุ่งและป่าเขา ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและงานเทศกาลพื้นบ้านต่างๆ ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูแห่งสีสันของแมกไม้และสายหมอก ในขณะที่ฤดูหนาวคือวันเวลาสำหรับผู้เล่นสกี ตลาดคริสต์มาส การละคร และดนตรีคลาสสิก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเยือนประเทศเยอรมนีโดยไม่ต้องทุกข์ทรมานกับความหนาวเย็นมากเกินไปน่าจะเป็นเวลาตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนตุลาคม

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

สถานที่ท่องเที่ยวในเยอรมัน

แบมเบิร์ก

เบรเมิน

มหาวิหารอาเคิน

มหาวิหารโคโลญ

เกาะไรคชเนา

วังและอุทยานแห่งพอทสดัมและเบอร์ลิน

พระราชวังซองส์ซูซิ

โบสถ์วีส์